นายกฯ ต้อนรับ ปธน.สวิตเซอร์แลนด์ เยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 22 ปี

สังคม
12:07
จำนวนผู้ชม 49
Thai PBS
นายกฯ ต้อนรับ ปธน.สวิตเซอร์แลนด์ เยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 22 ปี

วันนี้ (15 ต.ค.2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล ​นายก​รัฐมนตรี ​และ รมว.​มหาดไทย​ ให้การต้อนรับ นายกี ปาร์เมอแล็ง ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส และภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล (official Visit)

ในโอกาสนี้มีพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นนายกรัฐมนตรี และภริยา ถ่ายภาพร่วมกับประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส และภริยา ที่บริเวณ​บันไดโถงกลาง ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนหารือข้อราชการ และหารือเต็มคณะตามลำดับ

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือข้อราชการเต็มคณะ ระหว่าง นายกรัฐมนตรี กับ ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส ทั้งสองฝ่ายได้แถลงข่าวร่วมกัน

นายกฯ ต้อนรับ ปธน.สวิตเซอร์แลนด์ เยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 22 ปี

นายกฯ ต้อนรับ ปธน.สวิตเซอร์แลนด์ เยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 22 ปี

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญว่า นายกรัฐมนตรีรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับประธานาธิบดีปาร์เมอแล็งในการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในช่วงการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 (IMF-WBG Annual Meeting 2026) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ

การเยือนครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องในโอกาสที่ไทยและสวิตเซอร์แลนด์ครบรอบ 95 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต และเป็นการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์เป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การหารือครั้งนี้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างมิตรภาพที่มีมายาวนาน และผลักดันความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมเพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชน โดยมีประเด็นสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่

1. การค้าและการลงทุน สวิตเซอร์แลนด์เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทยในยุโรปในปี 2568 และยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

ทั้งสองฝ่ายเห็นความสำคัญของการผลักดันความตกลงการค้าเสรีไทย - EFTA ซึ่งรัฐสภามีมติให้ความเห็นชอบความตกลงฯ แล้ว ให้มีผลใช้บังคับโดยเร็ว ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อไทยและสวิตฯ ในการขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน ตลอดจนเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ โดยนายกรัฐมนตรียินดีที่ประธานาธิบดีปาร์เมอแล็งเดินทางเยือนประเทศไทยพร้อมคณะนักธุรกิจสวิตเซอร์แลนด์ โดยไทยพร้อมส่งเสริมการลงทุนจากสวิตเซอร์แลนด์ในอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน

นายกฯ ต้อนรับ ปธน.สวิตเซอร์แลนด์ เยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 22 ปี

นายกฯ ต้อนรับ ปธน.สวิตเซอร์แลนด์ เยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 22 ปี

2. ความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ไทยและสวิตเซอร์แลนด์มีผลความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมภายใต้กรอบความร่วมมือข้อ 6 ของความตกลงปารีส (Article 6 of the Paris Agreement) โดยโครงการรถโดยสารประจำทางไฟฟ้าในกรุงเทพฯ (Bangkok E-Bus Programme) เป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญ ซึ่งได้นำรถโดยสารไฟฟ้ามาใช้แล้วประมาณ 2,000 คัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

จากความสำเร็จของความร่วมมือดังกล่าว มูลนิธิ KliK (KliK Foundation) คาดว่าจะจัดซื้อคาร์บอนเครดิตมูลค่าประมาณ 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากโครงการด้านสภาพภูมิอากาศใหม่ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการระดมเงินทุนสีเขียว สนับสนุนโครงการด้านสภาพภูมิอากาศใหม่ ๆ และเร่งการเปลี่ยนผ่านของไทยไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

3. วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า จุดแข็งของสวิตเซอร์แลนด์ด้านการวิจัยและนวัตกรรมสอดคล้องกับเป้าหมายของไทยในการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีนวัตกรรมและขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น โดยหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคธุรกิจ โดยเฉพาะด้านการวิจัยร่วม การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการนำผลงานนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

4. การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ไทยให้ความสำคัญกับความเชี่ยวชาญของสวิตเซอร์แลนด์ด้านการศึกษาและการฝึกอบรมด้านเทคนิคและอาชีวศึกษา โดยเฉพาะระบบที่มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างภาคการศึกษากับภาคอุตสาหกรรม ทั้งสองฝ่ายจึงพร้อมขยายความร่วมมือด้านการพัฒนาทักษะ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการฝึกอบรมวิชาชีพ เพื่อเตรียมกำลังคนให้พร้อมรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงความร่วมมือในการรับมือกับความท้าทายร่วมกัน อาทิ การปราบปรามแก๊งหลอกลวงออนไลน์ และการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่ผิดกฎหมาย

นายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นว่าการเยือนครั้งนี้จะช่วยผลักดันความสัมพันธ์ไทย-สวิตเซอร์แลนด์ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น และนำประเด็นความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม พร้อมขอบคุณประธานาธิบดีปาร์เมอแล็งสำหรับมิตรภาพและความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคี และหวังว่าจะได้ร่วมกันสร้างความเป็นหุ้นส่วนระหว่างไทยกับสวิตเซอร์แลนด์ให้มีความเข้มแข็ง มีพลวัต และยั่งยืนยิ่งขึ้นต่อไป

ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเปิดโอกาสทางการค้าและการลงทุน ส่งเสริมเทคโนโลยีสีเขียว และพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้พร้อมรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อสร้างประโยชน์และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

อ่านข่าว :

ธนาคารโลกหนุนไทย 81.6 ล้าน เสริมความพร้อมขับเคลื่อน กม.ลดโลกร้อน สู่เป้าหมาย Net Zero 2050

ตัวเลขไม่นิ่ง! ผลโหวต 4 ร่าง พ.ร.บ. สภาฯ ยันข้อมูลหลังปิดรับฟังไม่นับรวม

ทุนวัสดุขั้นสูงไหลเข้า 2.35 หมื่นล้าน บีโอไอชี้รับเทรนด์ AI–อีวี ดันฐานผลิตไฮเทค