วันนี้ (16 ต.ค.2569) เวลา 12.30 น. นายไทวุฒิ ขันแก้ว ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหารือการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา สำนักพัฒนาสังคม สำนักงานเขตที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 15 เขต ประกอบด้วย หนองจอก มีนบุรี คลองสามวา สายไหม ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน ลาดกระบัง สะพานสูง คันนายาว ประเวศ บางกะปิ บึงกุ่ม สวนหลวง และวังทองหลาง สำนักงานเลขานุการปลัดกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม
นายไทวุฒิ เปิดเผยว่า ในวันนี้ประชุมร่วมกับผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขต 15 เขตที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา อุปสรรค และเร่งรัดการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชน ตลอดจนวางแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน ซึ่งกรุงเทพมหานครจัดทีมเขตบัดดี้ เข้าสนับสนุนเขตที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมระดมเจ้าหน้าที่ นายช่าง และวิศวกรจากสำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ สำนักการจราจรและขนส่ง รวมทั้งสิ้น 500 คน เพื่อช่วยสำนักงานเขตสำรวจและประเมินความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน
รวมถึงเร่งดำเนินการด้านการเยียวยา โดยตั้งเป้าในการสำรวจ รวมถึงซ่อมแซมถนน และทางเท้าที่ชำรุดเสียหาย ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน พร้อมนำข้อมูลความเสียหายมาประกอบการวางแผนแก้ไขปัญหาในระยะยาว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา ปลัดกรุงเทพมหานคร ระบุว่า มีฝนตกหนักสะสมประมาณ 300 มิลลิเมตรภายใน 3 วัน ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองหลายสายสูงจนล้นตลิ่ง ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำจากพื้นที่ลงสู่คลองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากคลองสายหลักมีระดับน้ำสูงเช่นกัน เมื่อระดับน้ำในคลองสายหลักลดลง ระบบระบายน้ำจึงสามารถทยอยระบายน้ำที่ตกค้างในพื้นที่ผ่านอุโมงค์ระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้มากขึ้น
ส่วนกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง ที่อาจกีดขวางทางน้ำในพื้นที่บางกะปิ กรุงเทพมหานคร ดำเนินการตรวจสอบและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เคลื่อนย้ายวัสดุที่เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ พร้อมตรวจสอบรายละเอียดโครงการ และสัญญาจ้างที่เกี่ยวข้อง ปัจจัยสำคัญของน้ำท่วมในพื้นที่บางกะปิ คือ ระดับน้ำในคลองแสนแสบที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง รวมถึงพื้นที่แฟลตคลองจั่น ซึ่งต้องใช้เวลาระบายน้ำประมาณ 5 วัน
ในระยะยาวกรุงเทพมหานคร มีแผนเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออก ได้แก่ มีนบุรี หนองจอก และลาดกระบัง ด้วยการขยายคลองเดิมประมาณ 8–9 คลอง เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับและระบายน้ำ รวมถึงพิจารณายกระดับถนนบางเส้นทาง ให้เป็นแนวป้องกันน้ำจากพื้นที่ภายนอกไหลเข้าสู่กรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร ประสานกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการประตูระบายน้ำ และควบคุมระดับน้ำในคลองสายต่าง ๆ ให้เหมาะสม ลดผลกระทบจากน้ำที่ไหลมาจากพื้นที่ข้างเคียง และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกสู่พื้นที่ปลายน้ำ
สำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำที่ยังมีน้ำท่วมขังบางส่วน โดยเฉพาะพื้นที่หนองจอก ซึ่งได้รับอิทธิพลจากระดับน้ำในพื้นที่ใกล้เคียง กรุงเทพมหานครยังคงส่งถุงยังชีพและเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามสถานการณ์และเร่งระบายน้ำ เมื่อระดับน้ำภายนอกลดลงจนสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายไทวุฒิ กล่าวต่อว่า ด้านการเยียวยาผู้ประสบภัย กรุงเทพมหานครจัดให้มีจุดบริการในโรงเรียนและพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมาก เพื่อช่วยลดภาระการเดินทางและเพิ่มความรวดเร็วในการยื่นเอกสาร พร้อมจัดทีมเจ้าหน้าที่สนับสนุนการตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอน
ส่วนกรณีประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการดำเนินการ กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างหารือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบลงทะเบียนและการส่งเอกสารประกอบการพิจารณา รวมถึงเร่งแก้ไขปัญหาคำร้องที่ตกค้าง โดยยังคงรับเรื่องผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลือได้สะดวกยิ่งขึ้น
อ่านข่าว :
"กรมประมง" ชี้ปลานิลน็อคน้ำตายคลอง 2 ปทุมธานี เหตุน้ำหลากชะล้างของเสีย ออกซิเจนในน้ำต่ำ
คพ.บุกตรวจโกดังระยอง พบ "ขยะอิเล็กทรอนิกส์" 2,500 ตัน เร่งขยายผลต้นตอ
