วันนี้ ( 18 ต.ค.2569) สมาชิกคณะกรรมการการเงินและการเงินระหว่างประเทศ (IMFC) ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกสามารถรับมือกับแรงกระแทกได้ดีกว่าที่คาด แต่ความสามารถในการใช้นโยบายรองรับวิกฤต (Policy Buffers) ลดลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น โดยมีความเสี่ยงสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการค้าที่อาจกระทบเส้นทางการค้าและความมั่นคงด้านพลังงาน–อาหาร ภาระหนี้สาธารณะและต้นทุนการกู้ยืมที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ตลอดจนผลกระทบจาก AI และเทคโนโลยีใหม่ที่ยังไม่แน่นอน ทั้งต่อเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน และระบบการเงิน
IMFC เตือน 3 ความเสี่ยงโลก เร่งคุมเสถียรภาพ-คุมภัย AI
ทั้งนี้ IMF เสนอให้ประเทศสมาชิกเร่งดำเนินนโยบาย 3 ด้าน ได้แก่ การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคและระบบการเงิน ผ่านการลดความเปราะบางทางการคลัง รักษาเสถียรภาพราคา และยกระดับการกำกับดูแลความเสี่ยงในภาคการเงิน รวมถึงสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (NBFIs) การเงินดิจิทัล AI และภัยไซเบอร์ ควบคู่กับการสร้างโอกาสเติบโตจากภาคเอกชน ผ่านการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ส่งเสริมการแข่งขันและการเข้าถึงเงินทุน พัฒนาทักษะแรงงาน ตลอดจนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพลังงาน
ขณะเดียวกัน ต้องเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อลดความไม่สมดุลของเศรษฐกิจโลก คลี่คลายความตึงเครียดทางการค้า และรับมือความเสี่ยงข้ามพรมแดน โดยเฉพาะการลงทุนใน AI ที่กระจุกตัวสูง พร้อมผลักดันให้การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีกระจายอย่างทั่วถึง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและช่องว่างการพัฒนา
IMFC เตือน 3 ความเสี่ยงโลก เร่งคุมเสถียรภาพ-คุมภัย AI
ในด้านความปลอดภัยทางการเงิน สมาชิก IMFC สนับสนุน Bangkok Blueprint ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผลักดันและร่วมจัดทำกับ IMF และกลุ่มธนาคารโลก เพื่อยกระดับความปลอดภัยของบริการทางการเงินดิจิทัล เพิ่มความสามารถในการรับมือภัยไซเบอร์ และเสริมประสิทธิภาพการต่อต้านการทุจริตทางดิจิทัลข้ามพรมแดน
นอกจากนี้ IMF ยังเดินหน้าปรับปรุงกรอบการดำเนินงานและเครื่องมือให้ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความเสี่ยงของแต่ละประเทศมากขึ้น ทั้งการติดตามเศรษฐกิจและการเงิน การประเมินภาคการเงิน การวิเคราะห์เสถียรภาพภายนอกและความยั่งยืนของหนี้ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพและออกแบบโครงการช่วยเหลือทางการเงิน เพื่อให้ประเทศสมาชิกสามารถรับมือความผันผวนและเสริมภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจในระยะยาว
สมาชิกส่วนใหญ่ยังเห็นพ้องให้ความสำคัญกับการสร้างกันชนทางนโยบาย การปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อเพิ่มผลิตภาพ และการบริหารความเสี่ยงจาก AI พร้อมสนับสนุนการวิเคราะห์ความไม่สมดุลของเศรษฐกิจโลกและผลกระทบข้ามพรมแดน ตลอดจนการปฏิรูปโควตาและธรรมาภิบาลของ IMF โดยย้ำความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างทรัพยากรของกองทุนให้พร้อมรับมือกับบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง
อ่านข่าว:
ธปท. ชูเวที IMF-เวิลด์แบงก์ รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน–สกัดภัยการเงินดิจิทัล
รัฐบาลดึงเงินทุนธนาคารโลก 200 ล้านดอลลาร์ ลงทุนพลังงานสะอาดและการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ
