จับตา "ปารีสโมเดล" นานาชาติหวั่น "สงครามไฮบริด" แทรกซึมจลาจลฝรั่งเศส

ต่างประเทศ
16:52
จำนวนผู้ชม 65
Thai PBS
จับตา "ปารีสโมเดล" นานาชาติหวั่น "สงครามไฮบริด" แทรกซึมจลาจลฝรั่งเศส

วันนี้ (20 ต.ค.2569) วิกฤตการณ์จลาจลครั้งใหญ่ในฝรั่งเศส ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่เดือน ก.ย. จนถึงช่วงปลายเดือน ต.ค.2569 โดยในขณะนี้ มุมมองจากประชาคมโลกและกลุ่มประเทศพันธมิตรตะวันตก ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเฝ้าสังเกตการณ์ความรุนแรงบนท้องถนนในกรุงปารีสเท่านั้น

แต่นักยุทธศาสตร์ระดับนานาชาติกำลังมองว่า เหตุการณ์ครั้งนี้คือภาพสะท้อนของ "ความล้มเหลวเชิงโครงสร้างขนาดใหญ่" ของประเทศเสรีนิยมประชาธิปไตยในยุโรปตะวันตก ที่กำลังเผชิญกับการบรรจบกันระหว่างวิกฤตทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

CNN พบว่าจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งทั้งหมด ปะทุขึ้นในกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่และบุคลากรทางการศึกษา ที่หมดความอดทนกับระบบสวัสดิการภาครัฐ โดยกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายและครูอาจารย์ร่วมกันนัดหยุดงาน และปิดกั้นทางเข้าสถานศึกษา เพื่อประท้วงปัญหาระบบการศึกษาที่ถูกละเลยมานานกว่าทศวรรษ

จับตา "ปารีสโมเดล" นานาชาติหวั่น "สงครามไฮบริด" แทรกซึมจลาจลฝรั่งเศส

จับตา "ปารีสโมเดล" นานาชาติหวั่น "สงครามไฮบริด" แทรกซึมจลาจลฝรั่งเศส

ข้อเรียกร้องหลักในตอนแรกคือ การเรียกร้องงบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อซ่อมแซมอาคารเรียนที่ชำรุดทรุดโทรม และแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรครูอย่างรุนแรง ทว่ารายงานจาก CNBC ชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลฝรั่งเศสติดอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทางงบประมาณ ท่ามกลางแรงกดดันจากตลาดพันธบัตรและหนี้สินสาธารณะที่พุ่งสูง ทำให้ไม่สามารถจัดสรรงบประมาณ มาตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างเต็มที่

ส่งผลให้การเจรจาระหว่างผู้แทนนักเรียนและกระทรวงศึกษาธิการ ต้องหยุดชะงักลง และกลายเป็นชนวนเหตุให้มวลชนยกระดับการชุมนุมอย่างรวดเร็ว

ความตึงเครียดที่ลุกลามนี้ทำให้มุมมองของนานาชาติ ต่อเสถียรภาพของฝรั่งเศสเริ่มเปลี่ยนไป Al Jazeera วิเคราะห์ว่า เหตุที่การประท้วงเรื่องโรงเรียนกลายเป็นวิกฤตการณ์ทางการเมืองในวงกว้างอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วงขยายตัวจากนักเรียนไปสู่ชนชั้นแรงงาน และกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองอื่น ๆ เช่น กลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง (Yellow Vests) ซึ่งสะท้อนความโกรธแค้นสะสมในเรื่องภาวะค่าครองชีพที่พุ่งสูง อัตราเงินเฟ้อที่กัดกินรายได้ และราคาพลังงานที่แพงลิบลิ่ว

จับตา "ปารีสโมเดล" นานาชาติหวั่น "สงครามไฮบริด" แทรกซึมจลาจลฝรั่งเศส

จับตา "ปารีสโมเดล" นานาชาติหวั่น "สงครามไฮบริด" แทรกซึมจลาจลฝรั่งเศส

สอดคล้องกับมุมองจากรายงานของนิตยสาร Fortune ว่า จลาจลในฝรั่งเศสรอบนี้ คือสัญญาณเตือนภัยของการล่มสลายในระบบบริการภาครัฐ เมื่อต้องเผชิญกับหนี้สินล้นพ้นตัว ซึ่งทำให้นักลงทุนต่างชาติ เริ่มตั้งคำถามถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ของประเทศยักษ์ใหญ่ในยูโรโซนแห่งนี้

ในแง่ของความมั่นคงและยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาค สถาบันการศึกษายุทธศาสตร์ระหว่างประเทศและนักวิเคราะห์จาก Georgetown University โดยศาสตราจารย์ Pauliina Patana ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองยุโรป ออกมาเตือนเกี่ยวกับ "ทรานส์เนชันนอลเอฟเฟกต์ หรือ ปรากฏการณ์โดมิโนลามข้ามพรมแดน" ที่การประท้วงในลักษณะนี้ พร้อมที่จะปะทุขึ้นในประเทศอื่น ๆ ที่เผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจแบบเดียวกัน

The Guardian ยืนยันว่า ความไม่สงบทางสังคมเริ่มกระจายตัวไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ในสเปน โปรตุเกส และเบลเยียม ซึ่งกลายเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องภายในของฝรั่งเศสอีกต่อไป แต่เป็นวิกฤตระดับทวีปยุโรป ที่ประชาชนระดับฐานรากเริ่มลุกขึ้นมาต่อต้าน นโยบายรัดเข็มขัดของรัฐบาลทุนนิยม

สิ่งที่นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงและหน่วยงานข่าวกรองระหว่างประเทศหวั่นเกรงที่สุด คือการเปลี่ยนผ่านของม็อบไปสู่ "สงครามลูกผสม หรือ Hybrid Warfare" โดยตั้งข้อสังเกตว่ามีหน่วยงานข้อมูลข่าวสารจากต่างชาติ เข้ามาแทรกซึมผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อปั่นกระแสความขัดแย้ง

เครือข่ายเหล่านี้จะคอยกระจายคลิปวิดีโอ ที่ตัดต่อภาพความรุนแรง และสร้างข่าวลือเรื่องสภาวะขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภคในปารีส เพื่อสร้างความตื่นตระหนกให้กับสาธารณชน

จับตา "ปารีสโมเดล" นานาชาติหวั่น "สงครามไฮบริด" แทรกซึมจลาจลฝรั่งเศส

จับตา "ปารีสโมเดล" นานาชาติหวั่น "สงครามไฮบริด" แทรกซึมจลาจลฝรั่งเศส

นานาชาติจึงมองว่านี่คือภัยคุกคามความมั่นคงรูปแบบใหม่ ที่ศัตรูภายนอกภูมิภาคใช้ประโยชน์จากรอยร้าวภายในประเทศประชาธิปไตย เพื่อบั่นทอนเสถียรภาพทางการเมืองและการทหารของยุโรปในเวทีโลก ซึ่งถูกตอกย้ำด้วยความเข้มงวดของมาตรการรัฐ เช่น การประกาศเคอร์ฟิว ในหลายเมืองใหญ่ตามรายงานของ CNN

ในด้าน "มนุษยธรรมและภาพลักษณ์สากล" คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและองค์กรนิรโทษกรรมสากล ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างลึกซึ้ง ต่อยุทธวิธีที่เด็ดขาดเกินกว่าเหตุ ของตำรวจปราบจลาจลฝรั่งเศส

รายงานจาก DW ระบุว่า เยาวชนจำนวนมากที่ออกมาร่วมแสดงพลังสะท้อนความล้มเหลวของระบบการศึกษา กลับต้องเผชิญกับการจับกุมและการใช้แก๊สน้ำตารวมถึงกระสุนยางจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

การส่งสัญญาณที่แข็งกร้าวของ ประธานาธิบดี แอมานูแอล มาครง ถูกนานาชาติวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เป็นการเลือกปกป้องเสถียรภาพของรัฐและกลุ่มทุนใหญ่ มากกว่าการหันมาฟังเสียงความเดือดร้อนที่แท้จริงของประชาชน

จุดนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของฝรั่งเศสในฐานะ "ดินแดนแห่งเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน" ต้องพังทลายลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในสายตาของประชาคมโลก

จับตา "ปารีสโมเดล" นานาชาติหวั่น "สงครามไฮบริด" แทรกซึมจลาจลฝรั่งเศส

จับตา "ปารีสโมเดล" นานาชาติหวั่น "สงครามไฮบริด" แทรกซึมจลาจลฝรั่งเศส

ท้ายที่สุด นักวิเคราะห์ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ สรุปทัศนะตรงกันว่า วิกฤตการณ์ตั้งแต่ ก.ย.-ต.ค. ในฝรั่งเศสครั้งนี้ เป็นดั่งสัญญาณเตือนภัยว่า นโยบายการคลังแบบรัดเข็มขัด ที่สวนทางกับค่าครองชีพที่แท้จริงของประชาชน ไม่สามารถบังคับใช้ได้อีกต่อไปในศตวรรษนี้

หากรัฐบาลในยุโรปยังคงเลือกที่จะใช้อำนาจนิยม และการปราบปรามในการกดทับความขัดแย้ง แทนที่จะหันมาแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ และการจัดสรรสวัสดิการพื้นฐานอย่างยั่งยืน

ภูมิภาคยูโรโซนทั้งหมดก็อาจจะต้องเผชิญกับสภาวะสุญญากาศทางการเมือง และการประท้วงหยุดงานครั้งใหญ่ ในระบบขนส่งมวลชนและพลังงาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องอย่างรุนแรงต่อห่วงโซ่อุปทานและการค้าโลกในระยะยาว

เหตุการณ์ในฝรั่งเศส จึงไม่ใช่แค่เรื่องของกรุงปารีส แต่คือบทเรียนและวิกฤตการณ์ระดับโลก ที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องนำกลับไปทบทวนยุทธศาสตร์ การบริหารจัดการความมั่นคงภายในของตนเองอย่างเร่งด่วน ก่อนจะสายเกินไป

อ่านข่าว :

พ่อ "สส.ไอเดียร์" เผยลูกสาวกำลังใจดี ไม่เชื่อภูมิใจไทยตัดหาง

"ป๋อง-ธง" กลับคำรับสารภาพทุกข้อหา คดีฆาตกรรม 2 พี่น้องรัสเซีย

ครม.แต่งตั้งบิ๊ก ศธ. 3 คน "พิเชฐร์ วันทอง" นั่งเลขาธิการ ก.ค.ศ.