วันนี้ (21 ต.ค.2569) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เพิ่มความไม่แน่นอนของปริมาณและช่วงเวลาเก็บเกี่ยวสินค้าเกษตร เสี่ยงกระทบการกระจายสินค้า ต้นทุน และเสถียรภาพราคาในระยะยาว โดยเสนอ 3 แนวทางเชิงนโยบาย ใช้ข้อมูลคาดการณ์ผลผลิต บริหารความเสี่ยงล่วงหน้า พร้อมพัฒนาระบบ ใกล้เก็บเกี่ยว เพื่อสนับสนุนการวางแผนตลาด และมาตรการดูแลเกษตรกรควบคู่กับค่าครองชีพประชาชน
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)
สถานการณ์อุทกภัยระหว่างวันที่ 21 ส.ค.–19 ต.ค.2569 สะท้อนความเปราะบางของภาคเกษตร ข้อมูลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุว่า พื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหาย 240,598 ไร่ แบ่งเป็นข้าว 195,887 ไร่ พืชไร่และพืชผัก 35,180 ไร่ และไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ 9,531 ไร่ ขณะที่ภาคประมงเสียหาย 79,318 ไร่ และปศุสัตว์มีสัตว์ตาย หรือสูญหายกว่า 4.58 ล้านตัว กระทบความต่อเนื่องของการผลิต และการกระจายสินค้าเข้าสู่ตลาด
สนค.ระบุว่า ความเสี่ยงจาก Climate Change ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความเสียหายในพื้นที่เพาะปลูก แต่ยังส่งผ่านไปยังปริมาณและคุณภาพผลผลิต ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว การจัดหาวัตถุดิบ การขนส่ง และราคาสินค้า โดยผลผลิตอาจออกสู่ตลาดน้อยกว่าคาดในบางช่วง หรือกระจุกตัวมากเกินไปในบางเวลา ส่งผลให้ผู้ประกอบการวางแผนจัดซื้อ และบริหารสินค้าคงคลังยากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงทั้งราคาตกต่ำและสินค้าขาดแคลน โดยเฉพาะสินค้าเน่าเสียง่าย
Climate Change เขย่าตลาดเกษตร สนค. ชู 3 แผนรับมือ รับมือโลกรวน
รายงาน Thailand Country Climate and Development Report ของธนาคารโลกที่เผยแพร่เมื่อเดือน ต.ค.2568 ประเมินว่าหากไทยไม่มีมาตรการปรับตัวอย่างจริงจัง ผลกระทบทางกายภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้ GDP ปี 2593 ต่ำกว่ากรณีฐาน 7–14% สะท้อนความจำเป็นในการยกระดับการบริหารความเสี่ยงจากการรอแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุ ไปสู่การใช้ข้อมูลคาดการณ์เพื่อเตรียมมาตรการล่วงหน้า
ทั้งนี้ สนค.ขับเคลื่อนระบบ ใกล้เก็บเกี่ยว นำข้อมูลและเทคโนโลยีมาติดตามและคาดการณ์ผลผลิตสินค้าเกษตรรายพื้นที่ โดยเริ่มนำร่องในสินค้าข้าว เพื่อแจ้งเตือนและประเมินปริมาณผลผลิตก่อนออกสู่ตลาด พร้อมเสนอให้เชื่อมโยงข้อมูลสภาพอากาศ พื้นที่เพาะปลูก ผลผลิต และราคา เพื่อระบุสินค้า พื้นที่ และช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงได้แม่นยำขึ้น ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนรับมือได้ทันท่วงที
Climate Change เขย่าตลาดเกษตร สนค. ชู 3 แผนรับมือ รับมือโลกรวน
สำหรับ 3 แนวทางเชิงนโยบาย ประกอบด้วย ยกระดับระบบคาดการณ์ผลผลิต เชื่อมโยงข้อมูลสภาพอากาศ พื้นที่เพาะปลูก ปริมาณผลผลิต และช่วงเก็บเกี่ยว เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนเกิดปัญหา และให้เกษตรกรกับผู้ประกอบการใช้ประกอบการตัดสินใจ
การบริหารความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน วางแผนจัดหาวัตถุดิบ เตรียมเส้นทางขนส่งและช่องทางกระจายสินค้าทางเลือก ลดการพึ่งพาแหล่งผลิตหรือเส้นทางขนส่งเพียงแห่งเดียว และ การเชื่อมข้อมูลสู่การบริหารตลาดเชิงรุก ใช้คาดการณ์ผลผลิตวางแผนรับซื้อ กระจายสินค้า และติดตามราคา รองรับทั้งภาวะผลผลิตล้นตลาดและเสี่ยงขาดแคลน
Climate Change เขย่าตลาดเกษตร สนค. ชู 3 แผนรับมือ รับมือโลกรวน
ทั้งนี้ ข้อมูลคาดการณ์จะเกิดประโยชน์สูงสุด เมื่อนำไปใช้กำหนดมาตรการได้ทันสถานการณ์ โดยเฉพาะการประสานกรมการค้าภายใน สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ตลาดกลาง และผู้รับซื้อ เพื่อรองรับผลผลิตที่ออกมามาก ลดแรงกดดันราคาสินค้าเกษตร และกระจายสินค้าจากแหล่งผลิตอื่น ในกรณีผลผลิตลดลงหรือกระจุกตัวบางพื้นที่ เป้าหมายสำคัญคือการรักษาสมดุลระหว่างรายได้เกษตรกรกับค่าครองชีพผู้บริโภค พร้อมเสริมความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในระยะยาว
อ่านข่าว:
FAO - UK แนะไทยคลอดแผนรับมือ "โลกร้อน" เร่งตั้งรับ "ลดเสี่ยงเชิงรุก"
พิษโลกร้อน! ด้วงหนวดยาวระบาดกว่าหมื่นไร่
ดันเกษตรไทยสู่ Low Carbon พพ.ผนึก 7 องค์กร วางกรอบ 5 ปี Net Zero
