วันนี้ (21 ต.ค.2569) รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมาย (RIA 088/2569) ต่อ ร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดย นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ โดยสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27
ผลการโหวตมติประชาชน 72.42% แสดงพลัง "ไม่เห็นด้วย"
กระบวนการรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา (www.parliament.go.th) ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ดำเนินการระหว่างวันที่ 30 ก.ย. - 14 ต.ค.2569 มีผู้เข้าชมหน้าเว็บไซต์สูงถึง 434,814 คน และมีผู้ลงทะเบียนร่วมตอบแบบสอบถามอย่างเป็นทางการจำนวน 124,602 คน
ผลการลงมติรับฟังความคิดเห็นต่อประเด็นการแก้ไขโครงสร้างรายได้และการยกเลิกภาษีจัดสรรเฉพาะ ดังนี้
- ไม่เห็นด้วย (ค้านการแก้ไขกฎหมาย) : มีสัดส่วนร้อยละ 72.42 (คิดเป็นประชาชนประมาณ 90,237 คน)
- เห็นด้วย (หนุนการแก้ไขกฎหมาย) : มีสัดส่วนร้อยละ 27.18 (คิดเป็นประชาชนประมาณ 33,867 คน)
- ไม่ระบุความคิดเห็น : มีสัดส่วน ร้อยละ 0.40 (คิดเป็นประชาชนประมาณ 498 คน)
เมื่อวิเคราะห์จำแนกตามโครงสร้างประชากรของผู้ร่วมโหวต พบว่ากลุ่มผู้ใช้สิทธิส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่และวัยทำงานอย่างมีนัยสำคัญ
ช่วงอายุ
- กลุ่ม Generation Z (เกิด พ.ศ.2541–2565) เข้าร่วมตอบแบบสอบถามสูงสุดถึง 76,082 คน
- Generation Y (พ.ศ.2523–2540) 25,690 คน
- Generation X (พ.ศ.2508–2522) 15,035 คน
- Baby Boomer (เกิดก่อน พ.ศ.2508) 7,795 คน
เพศ
- เพศหญิง 64,062 คน (ร้อยละ 51.41)
- เพศชาย 54,275 คน (ร้อยละ 43.56)
- ไม่ระบุเพศ 6,265 คน (ร้อยละ 5.03)
ระดับการศึกษา
- ปริญญาตรี 75,320 คน
- มัธยมศึกษา/ปวช./ปวส. 31,069 คน
- สูงกว่าปริญญาตรี 13,025 คน
- ประถมศึกษาหรือต่ำกว่า 5,188 คน
อาชีพ
- นักเรียน/นักศึกษา 41,551 คน
- รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ 25,730 คน
- รับจ้าง 19,586 คน
- ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว 11,361 คน
- เกษตรกร 5,683 คน
- ข้าราชการบำนาญ 3,264 คน
- อาชีพอื่น ๆ (เช่น สื่อมวลชน ภาคประชาสังคม พนักงานบริษัท) 17,427 คน
"ทำลายเกราะคุ้มกันอิสระสื่อ" เหตุผลฝ่ายไม่เห็นด้วย (72.42%)
ประชาชนเสียงข้างมากร้อยละ 72.42 ให้เหตุผลโต้แย้งร่างกฎหมาย โดยชี้ว่าการยกเลิกภาษีบำรุงองค์การคือการ "ทำลายเกราะคุ้มกันความเป็นอิสระทางการเงิน" (Financial Autonomy) ซึ่งเป็นหัวใจและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของสื่อสาธารณะ
หากเปลี่ยนไปพึ่งพาระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปี จะเปิดช่องให้ฝ่ายบริหารและนักการเมืองใช้อำนาจอนุมัติ ปรับลด หรือชะลองบประมาณเป็นเงื่อนไขในการต่อรองและแทรกแซงการเสนอข่าวสาร จนนำไปสู่สภาวะ "เซนเซอร์ตนเอง" (Self-censorship) ของบุคลากรสื่อมวลชน ส่งผลให้ Thai PBS สูญเสียความน่าเชื่อถือ และลดทอนสถานะกลายเป็นเพียง "สื่อของรัฐ" (State Media) เช่นเดียวกับ NBT หรือช่อง 11
นอกจากนี้ ยังเป็นการบิดเบือนหลักการ "ผู้สร้างปัจจัยเสี่ยงต้องร่วมรับผิดชอบสังคม" (Polluter Pays Principle) โดยการยกเลิกภาระภาษีส่วนเพิ่มร้อยละ 1.5 ของกลุ่มทุนธุรกิจสุราและยาสูบ แล้วโยนภาระงบประมาณมาให้ประชาชนผู้เสียภาษีทั่วไปแบกรับแทน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายการเพื่อประโยชน์สาธารณะ เช่น รายการเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ และข่าวสืบสวนสอบสวนที่จะถูกตัดงบประมาณเป็นลำดับแรก
"จัดระเบียบวินัยการเงินการคลัง" เหตุผลฝ่ายเห็นด้วย (27.18%)
ในส่วนของประชาชนร้อยละ 27.18 ที่ลงคะแนนเห็นด้วย ให้เหตุผลสนับสนุนว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะช่วยสร้างความเป็นเอกภาพทางกฎหมายและการคลังของประเทศ ทำให้ระบบการจัดเก็บและบริหารเงินภาษีเป็นมาตรฐานเดียวกันตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
ฝ่ายเห็นด้วยมองว่า การนำเงินภาษีกลับเข้าสู่ระบบคลังหลวง จะช่วยให้รัฐบาลมีความยืดหยุ่นในการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินไปใช้ในภารกิจเร่งด่วนตามยุทธศาสตร์ชาติ เช่น การแพทย์ สวัสดิการสังคม หรือการศึกษา
ขณะเดียวกัน การต้องเสนอขอรับงบประมาณรายปี จะช่วยสร้างกลไกการตรวจสอบความคุ้มค่า ความโปร่งใส และประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินภาษีผ่านสภาผู้แทนราษฎร ทำให้องค์กรต้องพิสูจน์ผลสัมฤทธิ์ทางการเงินอย่างสม่ำเสมอทุกปีงบประมาณ
รายละเอียด-สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.
สำหรับรายละเอียดเนื้องานและโครงสร้างของร่างกฎหมาย ที่นำไปสู่การจัดทำประชาพิจารณ์ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 ให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 มาตรา 26 ซึ่งห้ามมิให้เสนอกฎหมายจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงานรัฐเป็นการเฉพาะ (Earmarked Tax)
สาระสำคัญทางกฎหมายประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่
- แก้ไขมาตรา 11 (1) : เปลี่ยนแปลงโครงสร้างทุน ทรัพย์สิน และรายได้ของ ส.ส.ท. จากเดิมที่รับเงินบำรุงองค์การตามมาตรา 12 เป็น "เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี"
- ยกเลิกมาตรา 12, 13, 14, 15 และ 16 : ยกเลิกอำนาจการจัดเก็บเงินบำรุงองค์การจากผู้เสียภาษีสุราและยาสูบในอัตราร้อยละ 1.5 (เพดานไม่เกินปีละ 2,000 ล้านบาท), ยกเลิกบทบาทกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรในการหักส่งเงิน, ยกเลิกสิทธิการลดหย่อนภาษี และยกเลิกบทลงโทษเงินเพิ่มกรณีส่งเงินบำรุงล่าช้า
จุดยืน ส.ส.ท. และข้อเสนอแนะโมเดลทางเลือกเชิงนโยบาย
ด้านองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง แสดงความคิดเห็นคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าเป็นการแก้ไขที่ขัดต่อหลักการพื้นฐานและเจตนารมณ์ในการจัดตั้งสื่อสาธารณะอย่างสิ้นเชิง พร้อมเสนอให้ชะลอการพิจารณาเพื่อพัฒนากลไกหลักประกันความเป็นอิสระทางการเงินในรูปแบบทางเลือก
จากผลการลงคะแนนคัดค้านของประชาชน รายงาน RIA จึงประมวล ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและโมเดลทางเลือก (Alternative Funding Models) เพื่อรักษาสมดุลระหว่างวินัยการคลังและอิสระของสื่อ
- กรอบงบประมาณผูกพันหลายปี (Multi-year Funding Framework) : กำหนดการอุดหนุนงบประมาณในอัตราคงที่ต่อเนื่องคราวละ 3–5 ปี หรือกำหนดสัดส่วนงบประมาณขั้นต่ำไว้ในกฎหมาย (Statutory Minimum Floor) เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองใช้งบประมาณเป็นเครื่องมือต่อรองรายปี
- คณะกรรมการอิสระจัดสรรงบประมาณ (Independent Budgeting Trust) : แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ สตง. และนักวิชาการ ร่วมคำนวณและอนุมัติวงเงินงบประมาณ เพื่อตัดขาดการต่อรองโดยตรงระหว่างนักการเมืองกับองค์กรสื่อ
- ยกระดับธรรมาภิบาล : บังคับใช้ระบบ Open Data 100% ในการจัดซื้อจัดจ้างและการผลิตรายการ และให้มี Third-Party Audit ประเมินความคุ้มค่าทางสังคม
นอกจากนี้ รายงานยังเปิดเผยผลประเมินผลตอบแทนทางสังคม (SROI) ว่า ภารกิจของ Thai PBS สร้างมูลค่าทางสังคมคุ้มค่าภาษีอย่างทวีคูณ เช่น
- รายการสืบสารเคมีเกษตรสร้างผลตอบแทนทางสังคม 81–106 เท่า
- สารคดีคนจนเมืองสร้างผลตอบแทน 22.12 เท่า
- รายการสถานีประชาชน ร่วมกับศูนย์คนหาย สร้างประโยชน์ทางเศรษฐศาสตร์ 11.23 เท่าของเงินลงทุน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่สภาผู้แทนราษฎร ต้องนำมาประกอบการตัดสินใจต่อไป
อ่านรายงานฉบับเต็ม : https://www.parliament.go.th/section77/manage/files/file_20261021102901_2_629.pdf
อ่านข่าว :
หญิง 67 ปี ขับเก๋งพุ่งชนกระจกห้างย่านอ่อนนุช เจ็บ 6 คน
สื่ออเมริกันแฉ "มัสก์" สั่งชะลอความเร็ว Starlink ในยูเครน
รัฐบาลยัน CPRAM จดทะเบียน "กะเพรา" ไม่ห้ามปลูกแต่ห้ามขาย 4 สายพันธุ์
