ทบ.สวนกลับ "กัมพูชา" อย่าสวมบทเหยื่อ กล่าวหาไทยทำลายปราสาทพระวิหาร

การเมือง
08:34
จำนวนผู้ชม 148
Thai PBS
ทบ.สวนกลับ "กัมพูชา" อย่าสวมบทเหยื่อ กล่าวหาไทยทำลายปราสาทพระวิหาร

วันนี้ (22 ต.ค.2569) พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ระบุว่า ตามที่ฝ่ายกัมพูชา ได้เผยแพร่คำชี้แจงเมื่อวันที่ 21 ต.ค.2569 โดยกล่าวหาว่ากองทัพไทยใช้กำลังโจมตีปราสาทพระวิหาร ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และนำรายงานขององค์การยูเนสโก (UNESCO) มากล่าวอ้างถึงความเสียหายเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตนเองนั้น

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวทั้งหมด และชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อตีแผ่พฤติกรรมบิดเบือนข้อมูล ของฝ่ายกัมพูชาต่อประชาคมโลก ดังนี้

1.ประเด็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ.1954 กองทัพบกขอยืนยันว่า ประเทศไทยยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ.1954 ว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในกรณีความขัดแย้งทางอาวุธอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม อนุสัญญาฯ มีข้อยกเว้นที่ระบุไว้ชัดเจนว่า หากมีการนำโบราณสถานไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร พื้นที่ดังกล่าวจะ "สูญเสียความคุ้มครองในทางกฎหมายเป็นการชั่วคราว"

จากพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้จงใจละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมสากล โดยการดัดแปลงพื้นที่ตัวปราสาทพระวิหารให้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร มีการติดตั้งเครื่องยิงลูกระเบิด ปืนใหญ่ คลังเก็บกระสุน และระบบแอนตี้โดรน เพื่อใช้เป็นฐานยิงโจมตีใส่กำลังทหารและชุมชนพลเรือนของไทย

ฝ่ายกัมพูชาจึงเป็นผู้ทำให้โบราณสถานสูญเสียสถานะการคุ้มครองเอง การดำเนินการของฝ่ายไทยเป็นการใช้สิทธิป้องกันตนเองตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ โดยจำกัดวงการใช้อาวุธเฉพาะเป้าหมายทางทหารที่เป็นภัยคุกคามเท่านั้น ซึ่งกองทัพไทยใช้อาวุธที่มีความแม่นยำสูงและไม่มีนโยบายโจมตีเป้าหมายพลเรือนหรือโบราณสถานอย่างเด็ดขาด

2.ประเด็นรายงานขององค์การยูเนสโก (UNESCO) และความเสียหายของปราสาท การที่กัมพูชาหยิบยกร่างรายงานการประเมินของ WHC-ICOMOS มากล่าวอ้างนั้น เป็นเพียงการเล่นบท "ผู้ถูกกระทำ" เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสังคมโลก กองทัพบกขอชี้แจงว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบูรณภาพและคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลของปราสาทพระวิหาร เกิดจากการที่กัมพูชาใช้มรดกโลกแห่งนี้เป็น "โล่มนุษย์และเกราะกำบังทางทหาร"

3.ประเด็นความจริงใจในการอนุรักษ์และบูรณะปราสาทพระวิหาร ข้อกล่าวอ้างที่ว่ารัฐบาลกัมพูชาให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ปราสาทพระวิหารเป็นลำดับต้น ๆ นั้น มีความย้อนแย้งกับการกระทำในพื้นที่อย่างสิ้นเชิง การนำอาวุธสงครามและกองกำลังทหารเข้าไปซ่องสุมในเขตโบราณสถาน เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่ากัมพูชาคือฝ่ายที่ไม่เห็นคุณค่าในมรดกทางวัฒนธรรม หากกัมพูชามีความมุ่งมั่นที่จะอนุรักษ์ปราสาทให้คงอยู่ในสภาพสมบูรณ์เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นหลังอย่างแท้จริง กัมพูชาไม่ควรมีฐานทหาร ยุทโธปกรณ์ และคลังกระสุนในพื้นที่บรืเวณตัวปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบ

กองทัพบก ขอเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ องค์การยูเนสโก และสาธารณชน พิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านบนพื้นฐานของความเป็นจริง และขอให้ฝ่ายกัมพูชายุติการใช้โบราณสถานของมนุษยชาติมาเป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองและการทูต

อ่านข่าว :

กรมอุตุฯ ประกาศ ฉ.11 "ภาคตะวันออก-ภาคใต้" ฝนตกหนักถึงหนักมาก ถึง 25 ต.ค.

ร้องทบทวนปรับลดเบี้ยเลี้ยงตำรวจ 3 จังหวัดชายแดนใต้

"ปูติน" ยอมฟื้นเจรจาสันติภาพไตรภาคียูเครน-สหรัฐฯ คาดเริ่ม พ.ย.

แท็กที่เกี่ยวข้อง