วันนี้ (22 ต.ค.2569) คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและการโทรคมนาคม วุฒิสภา ประชุมร่วมกับผู้บริหารองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนานวัตกรรมสื่อดิจิทัลสาธารณะ
นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ชี้แจงกระบวนการดำเนินการ หลังจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบการใช้งบประมาณของไทยพีบีเอส ตามที่มีข่าวปรากฏก่อนหน้านี้
ช่วงหนึ่ง กมธ.เทคโนโลยีสารสนเทศฯ กล่าวถึงนายสุทธิชัย หยุ่น และนายเทพชัย หย่อง โดยตั้งคำถามว่าเหตุใดทั้ง 2 คน ซึ่งเป็นพี่น้องกัน จึงอยู่ในโครงสร้างของไทยพีบีเอสมานาน โดยนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รอง ผอ.ส.ส.ท. ชี้แจงว่า กรณีนายสุทธิชัย หยุ่น เดิมเป็นผู้ดำเนินรายการที่ไทยพีบีเอสเชิญมา คือรายการคุยให้คิด, รายการสมมติว่า และรายการฟังเสียงประเทศไทย
เมื่อทีมบริหารชุดปัจจุบันเข้ารับตำแหน่งในเดือน ก.ค.2568 ยกเลิกไป 1 รายการ แต่สัญญายังมีความต่อเนื่อง ขณะที่นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. บอกว่า กำลังทบทวนอีก 2 รายการ ซึ่งในช่วงหลังใช้สัญญาแบบสั้นลง เพื่อให้มีโอกาสในการทบทวนใหม่
ส่วนกรณีของนายเทพชัย มีบทบาทเป็นที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวภาษาอังกฤษของ Thai PBS World ซึ่งผู้บริหารชุดก่อน ตั้งทีมข่าวภาษาอังกฤษ และนายเทพชัย มีความสามารถพิเศษในเรื่องภาษาอังกฤษ โดยไม่ได้เป็นแค่ที่ปรึกษา แต่ยังทำรายการทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แต่ขณะนี้นายเทพชัย มีความประสงค์ที่จะขอยุติสัญญาภายในสิ้นเดือน ต.ค.นี้ ทั้งที่สัญญามีระยะเวลาถึงสิ้นปี 2569
พร้อมระบุว่า เมื่อทีมบริหารชุดปัจจุบันเข้ามาเมื่อเดือน ก.ค.2568 สอบถามไปยังทีม Thai PBS World ที่รับผิดชอบข่าวภาคภาษาอังกฤษ ว่า ยังมีความจำเป็นที่ต้องให้นายเทพชัย ทำต่อไปหรือไม่ ซึ่งทางพนักงานระบุว่า ยังมีความจำเป็น เพราะทีมข่าว Thai PBS World ยังไม่แข็งแรงพอ จึงต่อสัญญาไปอีก 1 ปี คือปี 2569 ซึ่งขณะนี้นายเทพชัย แสดงความจำนงค์ยื่นใบลาออกก่อนสิ้นสุดสัญญา
"ไทยพีบีเอส" แจงจ้างผู้ผลิตนอก กม.ชี้ชัดให้หนุนผู้ผลิตรายการอิสระ
"อดิศักดิ์" แจงปมจำนวนบุคลากร "ไทยพีบีเอส"
นอกจากนี้ กมธ.เทคโนโลยีสารสนเทศฯ สอบถามถึงโครงสร้างบุคลากรของไทยพีบีเอส โดยระบุว่า มีจำนวนค่อนข้างมากและงบประมาณที่ใช้จ่ายกับบุคลากรค่อนข้างสูง ซึ่งมีประเด็นเชื่อมโยงว่า เมื่อองค์กรมีบุคลากรมาก แต่มีหลายรายการต้องจ้างบุคคลภายนอกมาผลิต พร้อมตั้งคำถามว่า ไทยพีบีเอสมีหลักเกณฑ์ใดในการตัดสินใจว่า รายการไหนจะผลิตเอง รายการไหนจะจ้างบุคคลภายนอก ให้มีคุณภาพและความคุ้มค่าที่แตกต่างกันอย่างไร
นายอดิศักดิ์ ตอบคำถามเรื่องจำนวนบุคลากรของไทยพีบีเอสว่า ปัจจุบันมีบุคลากรประมาณ 1,300 คน ในจำนวนนี้เป็นพนักงานประจำประมาณ 800 คน ส่วนที่เหลือเป็นพนักงานสัญญาจ้างชั่วคราว เนื่องจากภารกิจของไทยพีบีเอส ตั้งแต่ตั้งสถานีเมื่อปี 2551 มีพนักงานกว่า 900 คน ซึ่งส่วนใหญ่รับโอนมาจาก ITV และบุคลากรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่อยู่ในช่วงปี 2557 ที่ทำโครงข่ายทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินทั่วประเทศ มีสถานีส่ง 63 สถานีที่ขยายออกไป ต้องใช้บุคลากรในการประจำที่สถานีทั่วประเทศ
นอกจากนี้ มีการทำช่อง ALTV ซึ่งเป็นช่องเด็กเพิ่มอีก 1 ช่อง และว่าจ้างบุคลากรด้านสื่อดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ที่เป็นคนรุ่นใหม่มาทำในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้มีบุคลากรเพิ่มขึ้น รวมทั้งภารกิจต่างๆ ที่ไทยพีบีเอสทำ
ไทยพีบีเอสไม่ใช่สถานีโทรทัศน์เพียงอย่างเดียว แต่เราทำภารกิจเพิ่มขึ้นจากปี 2551 ผมคิดว่าเป็น 10 เท่า แต่จำนวนเงินของเราเท่าเดิม 2,000 ล้านบาท ถ้าเทียบกับมูลค่าของเงิน เทียบกับเงินเฟ้อ มูลค่าของเงินน่าจะเหลืออยู่ประมาณ 1,500 ล้านบาท แต่เราสามารถทำภารกิจเพิ่มขึ้นมหาศาล แล้วทำซัปพอร์ตอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล สนับสนุนนิเวศสื่อ (Ecosystem) สร้างนักข่าวพลเมือง สร้างเครือข่ายสื่อท้องถิ่นต่างๆ
ชี้กฎหมายระบุชัดให้ "ไทยพีบีเอส" หนุน "ผู้ผลิตรายการอิสระ"
นายอดิศักดิ์ ยังตอบคำถามถึงความจำเป็นในการจ้างผลิตรายการ ว่า หากดูตามกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า ไทยพีบีเอสมีหน้าที่ให้การสนับสนุนผู้ผลิตรายการอิสระ เป็นจำนวนเงินอย่างน้อย 10% ของงบประมาณ ซึ่งตนคิดว่าบทบาทของไทยพีบีเอส ควรส่งเสริมผู้ผลิตอิสระ ว่าจ้างให้มากขึ้น ไม่ใช่ลดลง ซึ่งควรทำเองในด้าน Infrastructure ให้นิเวศของสื่อแข็งแรง ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า และเพื่อให้เกิดสื่ออิสระหรือสื่อสาธารณะท้องถิ่น ที่ทำให้ที่ผลิตคอนเทนต์ดีๆ หรือทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐต่างๆ ให้กว้างขวางขึ้น ไม่ได้เป็นภารกิจของไทยพีบีเอสเพียงอย่างเดียว
ส่วนกระบวนการคัดเลือก หากมองจากภายนอกอาจมองว่าไทยพีบีเอส คัดเลือกแบบเจาะจง ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ เพราะก่อนที่จะประกาศการคัดเลือกแบบวิธีเจาะจง เรามีกระบวนการเปิดรับให้มีการเสนอรายการจากผู้ผลิตต่างๆ แล้วผ่านกระบวนการคัดเลือกคุณสมบัติเบื้องต้นว่า ตรงตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์หรือไม่
และจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการพัฒนารายการร่วมกัน เพราะผู้ผลิตรายการจำนวนมาก ยังมีข้อเสนอไม่สอดคล้องกับพันธกิจของไทยพีบีเอส ซึ่งหลังจากคัดเลือกแล้วเหลือประมาณ 10% ของที่ส่งเข้ามา ตรงนี้จึงจำเป็นต้องเป็นวิธีเจาะจงเหลือ 1 ราย แล้วทำสัญญา แต่มีกระบวนการไม่น้อยกว่า 6 เดือนกว่าจะเป็นแบบนั้น หากเราทำเองทั้งหมด บุคลากรของเราไม่ได้มีความชำนาญทุกเรื่อง และสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับสังคมมากกว่า คือการส่งเสริมให้เกิดผู้ผลิตรายใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นพันธกิจตามกฎหมาย
"ไทยพีบีเอส" แจงจ้างผู้ผลิตนอก กม.ชี้ชัดให้หนุนผู้ผลิตรายการอิสระ
ขณะที่นายพิเศษ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า จำนวนบุคลากรมากหรือไม่มาก อาจบอกด้วยตัวเองไม่ได้ แต่อาจต้องเทียบกับบริษัทหรือหน่วยงานอื่น ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน รวมทั้งตัวเงินด้วยว่ารับมาเท่าไหร่ อย่างกรณีที่จะเทียบหน่วยงานของรัฐบาลที่มีช่องตัวเอง จะเห็นว่ารับงบประมาณมา 27,000 ล้านบาท และมีบุคลากรประมาณ 2,000 กว่าคน
ซึ่งช่องนั้นมีภารกิจเฉพาะในเรื่องการแพร่เสียงแพร่ภาพ หากเทียบกับภารกิจของไทยพีบีเอส ทั้งทาง On Air, Online และ On Ground รวมถึงการขยายไปยังกลุ่มคนดู ทั้งกลุ่มคนที่อยู่ชายขอบ กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ กลุ่มเด็ก หรือแม้แต่กลุ่มคนจนเมือง เพื่อให้มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ โดยผ่านสื่อของไทยพีบีเอส ซึ่งภารกิจของไทยพีบีเอสค่อนข้างครอบคลุมและไปไกลกว่าหน่วยราชการที่กล่าวถึง
นายพิเศษ ยืนยันว่า วินัยการเงินการคลังของไทยพีบีเอสค่อนข้างดี การที่รับมาประมาณ 2,000 ล้านบาท แต่ยังรักษาไม่ให้ขาดทุน โดยมีช่วงขาดทุนในช่วงโควิด-19 ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องการให้เด็กได้เข้าถึงองค์ความรู้ มีการตั้ง ALTV และขยายการทำแพลตฟอร์ม VIPA เพราะฉะนั้นต้องลงทุนเรื่องโครงข่าย จึงเป็นช่วง 5 ปีที่ขาดทุน แต่เป็นการขาดทุนเพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงคอนเทนต์ในภาวะที่เกิดโรคระบาด รวมถึงภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนไป จึงต้องส่งเสริมเรื่องออนไล์และ OTT จึงเป็นการลงทุนที่มองดูแล้วคุ้มค่า จนถึงปัจจุบันก็ค่อนข้างมั่นใจว่าการลงทุนในเรื่อง Digital infrastructure ที่เป็น VIPA สามารถขยายต่อไปได้
รอง ผอ.ส.ส.ท. ยังระบุว่า ขณะนี้ชุดบริหารที่เข้ามา สำหรับปี 2569 สามารถปรับเป็นกำไร หลังจากที่ขาดดุลในช่วง 5 ปี กลับมาเป็นบวก นั่นหมายความว่าเงินที่ได้มา เราจ่ายน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เพราะฉะนั้นหากจะเทียบ ขอให้เทียบกับหน่วยราชการอื่นๆ ที่ใช้เงิน เรื่องวินัยการเงินการคลัง เขาติดลบหรือได้กำไร ซึ่งอยากให้พิจารณาเรื่องนี้ด้วยเพื่อความเป็นธรรม
อ่านข่าว :
กมธ.ฯ เชิญ "ไทยพีบีเอส" ให้ข้อมูลปมแก้ไขแหล่งรายได้-ความเป็นอิสระสื่อ
"ไทยพีบีเอส" แจงเหตุผล "โครงสร้างรายได้สำคัญต่อความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ"
กมธ.กฎหมายฯ เดือด "ศุภชัย" โวย "รังสิมันต์" ปมเชิญ "ศิริโชค" ชี้แจง
