วันนี้ (24 ต.ค.2569) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ติดตามสภาวะอากาศและปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยา มีประกาศฉบับที่ 1 (273/2569) ประกาศ ณ วันที่ 23 ต.ค.2569 เวลา 17.00 น. เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 24-28 ต.ค.2569) แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 24-28 ต.ค.2569 บริเวณภาคใต้ จะมีฝนตกต่อเนื่อง มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 25-27 ต.ค.2569 บริเวณประเทศไทยตอนบน จะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป
ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากสาธารณรัฐประชาชนจีน จะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทย ในขณะที่ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง และลมกระโชกแรง ในช่วงวันที่ 24-28 ต.ค.2569 แยกเป็น
ภาคเหนือ จำนวน 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และจังหวัดอุทัยธานี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา และจังหวัดบุรีรัมย์
ภาคกลาง จำนวน 20 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี เพชรบุรี ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรปราการ
ภาคใต้ จำนวน 12 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูล
กอปภ.ก. โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงประสานแจ้ง 54 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัยได้ โดยติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน สถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงให้จัดทีมปฏิบัติการ พร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เข้าช่วยเหลือประชาชนทันที ตลอด 24 ชั่วโมง
โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง พื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัยให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัยให้ประกาศแจ้งเตือน และปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลใดเข้าพื้นที่ พร้อมให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นให้พร้อมรับรองผู้อพยพเมื่อเกิดเหตุอุทกภัย
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศ และข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้ปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ตลอดจนตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันอันตรายจากการถูกล้มทับ รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกร ควรป้องกันผลิตผลทางการเกษตรที่อาจได้รับความเสียหายด้วย
อ่านข่าว :
ปภ.เผยน้ำท่วม 16 จังหวัด-กทม. กระทบ 3.75 แสนครัวเรือน เสียชีวิต 64 คน
ปภ.เตือนฝนตกหนัก 10 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน - น้ำทะเลหนุน 27-31 ต.ค.
"ภราดร" เผย ปภ.ชงเข้า ครม.วันนี้ ของบฯ 10,500 ล้านเยียวยาน้ำท่วม
