สพฐ.เผยผลสอบ "คอร์สเรียนจีนทิพย์" พบมีมูลผิดวินัยร้ายแรง

สังคม
13:17
จำนวนผู้ชม 30
Thai PBS
สพฐ.เผยผลสอบ "คอร์สเรียนจีนทิพย์" พบมีมูลผิดวินัยร้ายแรง

วันนี้ (27 ต.ค.2569) นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า จากกรณีนักเรียนและผู้ปกครองบางส่วนถูกหลอกให้ซื้อคอร์สเรียนระยะสั้นที่ประเทศจีน โดยผู้ที่กล่าวอ้างว่าเป็นข้าราชการจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อเร่งตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้านแล้ว นั้น

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ขณะนี้การสืบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวได้เสร็จสิ้นแล้ว และคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงได้รายงานผลมายังตน พร้อมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จากการพิจารณาเบื้องต้น คณะกรรมการมีความเห็นว่ากรณีดังกล่าวมีมูลเข้าข่ายความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และยังมีประเด็นที่อาจเข้าข่ายความผิดทางอาญาด้วย ดังนั้น หลังจากนี้จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทั้งในส่วนของวินัยและอาญา

ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกกล่าวหายังคงมีสถานะเป็นผู้ถูกกล่าวหา และมีสิทธิได้รับความเป็นธรรมตามกระบวนการสอบสวนอย่างเต็มที่ ทั้งการรับทราบพยานหลักฐาน การชี้แจงข้อกล่าวหา การนำพยานหลักฐานเข้าสืบหักล้าง และการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม

สพฐ. จะดำเนินการอย่างรอบคอบและไม่มีการตั้งธงล่วงหน้า เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึงจะพิจารณาบุคคลภายนอก สพฐ. เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการสอบสวน เพื่อสร้างความโปร่งใสและลดข้อกังวลหรือข้อครหาที่อาจเกิดขึ้นในสังคม

สำหรับกรณีการคืนเงินหรือชดใช้ค่าเสียหาย ผลการสอบข้อเท็จจริงพบว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้เป็นการดำเนินการในนามหรือในฐานะการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และไม่มีการขออนุญาตจากส่วนราชการ ดังนั้น ประเด็นความรับผิดในการชดใช้ค่าเสียหายจึงต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและฐานความรับผิดของผู้กระทำเป็นรายกรณี

ขณะเดียวกัน สพฐ. จะดำเนินการในส่วนของคดีอาญาตามอำนาจหน้าที่ และผู้เสียหายสามารถดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายในส่วนแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาได้ตามกระบวนการกฎหมาย

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย การสอบข้อเท็จจริงเป็นเพียงขั้นตอนรวบรวมข้อเท็จจริงเบื้องต้น ยังไม่ใช่ขั้นตอนการลงโทษ เพราะเมื่อมีมูลว่าผิดวินัยอย่างร้ายแรง จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งต้องเป็นคณะกรรมการคนละชุดกับคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ต่อสู้อย่างเต็มที่

ดังนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะปลดหรือไล่ออก ต้องปล่อยให้กระบวนการสอบสวนดำเนินไปตามกฎหมาย เพื่อให้ผลที่ออกมามีความถูกต้อง เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้

อ่านข่าว

พท.ส่ง "สรวงศ์" ชิงซ่อมสส.สระแก้ว จับตา "กล้าธรรม" ส่งใครรักษาแชมป์

เครือข่ายปชช. ชุมนุมเรียกร้องนายกฯ "อนุทิน" หยุดเซ็นรับรอง กฎหมาย 4 ฉบับ

นายกฯ เผย ครม.สะดวกศึกซักฟอกตั้งแต่ 6 ธ.ค. ให้วิป 3 ฝ่ายเคาะจำนวนวัน