วันนี้ (28 ต.ค.2569) CNN รายงานว่า การเลือกตั้งครั้งสำคัญของประเทศอิสราเอลสิ้นสุดลงเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (27 ต.ค.) แต่สถานการณ์ทางการเมืองกลับทวีความซับซ้อนและยังไร้บทสรุปที่ชัดเจน
เมื่อผลสำรวจหน้าคูหาเลือกตั้ง (Exit Polls) จากสำนักข่าวทีวีหลัก 3 ช่องของอิสราเอล ได้แก่ ช่อง 11, 12 และ 13 ระบุไปในทางเดียวกันว่า ไม่มีฝ่ายใดสามารถกวาดที่นั่งในสภาเนสเซตซึ่งมีทั้งหมด 120 ที่นั่ง ได้ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ 61 ที่นั่งที่จำเป็นสำหรับการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก
จากการคาดการณ์ กลุ่มพันธมิตรการเมืองฝั่งขวาจัดภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู คว้าที่นั่งรวมไปได้เพียง 51-52 ที่นั่งเท่านั้น ซึ่งดิ่งลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับรัฐบาลผสมชุดเดิมที่เคยครองเสียงข้างมากถึง 68 ที่นั่ง ถึงแม้พรรคลีคุดของเนทันยาฮู จะยังคงรักษาตำแหน่งพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่สุดในสภาเอาไว้ได้ด้วยจำนวน 25-27 ที่นั่งก็ตาม แต่ตามระบบการเมืองอิสราเอล การเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุดไม่ได้การันตีการได้บริหารประเทศ
เนื่องจากกุญแจสำคัญอยู่ที่ความสามารถในการรวบรวมพรรคพันธมิตรให้ได้เกินครึ่งหนึ่งของสภา ทำให้เส้นทางในการดำรงตำแหน่งต่อของเนทันยาฮูตกอยู่ในความไม่แน่นอนอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม มีเพียงช่อง 14 ซึ่งเป็นสื่อฝ่ายสนับสนุนเนทันยาฮู ที่คาดการณ์ต่างออกไป โดยระบุว่าบล็อกของเนทันยาฮูอาจได้ถึง 60 ที่นั่ง และพรรคลีคุดพรรคเดียวได้ไป 30 ที่นั่ง
ในขณะเดียวกัน ฝั่งกลุ่มพรรคการเมืองฝ่ายค้านที่ประกาศตัวต่อต้านเนทันยาฮู สามารถกวาดคะแนนเสียงรวมกันได้ถึง 68-70 ที่นั่ง ซึ่งถือเป็นเสียงข้างมากอย่างชัดเจน
แต่หนทางสู่การจัดตั้งรัฐบาลของฝ่ายค้านกลับเต็มไปด้วยขวากหนามและความซับซ้อน เนื่องจากฝ่ายค้านประกอบด้วยพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์แตกต่างกันสุดขั้ว ตั้งแต่ฝ่ายขวา ฝ่ายกลาง ฝ่ายซ้าย ไปจนถึงกลุ่มพรรคการเมืองของชาวอาหรับ
แม้ว่าพรรคยาชาร์ของ นายพลกาดิ ไอเซนคอต อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอิสราเอล จะกลายเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดด้วยจำนวนคาดการณ์ 21-23 ที่นั่ง แต่โอกาสที่ไอเซนคอตจะขึ้นสู่อำนาจได้นั้น จำเป็นต้องพึ่งพาการดึงพรรคการเมืองชาวอาหรับเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นแนวทางที่แกนนำฝ่ายค้านสายอนุรักษนิยมหลายคนปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง
ปัจจัยสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนเกมในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือสถิติการออกมาใช้สิทธิ์ของประชาชนที่พุ่งสูงถึงร้อยละ 77.7 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2542 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประชากรชาวอาหรับในอิสราเอล ที่คิดเป็นร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนพุ่งสูงเกินร้อยละ 75
ผลจากการแห่กันออกมาลงคะแนน ส่งผลให้กลุ่มพรรคการเมืองอาหรับ ซึ่งได้แก่ จอยต์ ลิสต์ และ ราม คาดว่าจะคว้าที่นั่งรวมกันได้ถึง 17-19 ที่นั่ง ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
สาเหตุสำคัญมาจากความแค้นเคืองต่อการบริหารงานของรัฐบาลเนทันยาฮู โดยเฉพาะบทบาทของรัฐมนตรีฝ่ายขวาจัดอย่าง เบซาเลล สมิธริช และ อิตามาร์ เบนกวีร์ รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าละเลยและปล่อยให้ปัญหาอาชญากรรมและการฆาตกรรมในชุมชนชาวอาหรับพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง
ผลการลงคะแนนของชาวอาหรับไม่เพียงแต่ปิดทางไม่ให้เนทันยาฮูครองเสียงข้างมากได้ง่าย ๆ เท่านั้น แต่ยังสร้างโจทย์ยากให้แก่ไอเซนคอตด้วยเช่นกัน เนื่องจากไอเซนคอตได้ตั้งเงื่อนไขเข้มงวดไว้ว่า พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคต้องยอมรับให้อิสราเอลเป็น "รัฐยิว" และต้องยอมรับว่ากลุ่มฮามาสเป็นองค์กรก่อการร้ายที่ต้องถูกทำลาย ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ สส. ชาวอาหรับส่วนใหญ่รับไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น พันธมิตรฝ่ายค้านสายอนุรักษนิยมอย่าง อาวิกดอร์ ลีเบอร์แมน และ นัฟตาลี เบนเนตต์ ต่างประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยอมร่วมจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคการเมืองอาหรับหนุนหลังอย่างเด็ดขาด
สำหรับก้าวต่อไปทางการเมือง หลังจากผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการได้รับการรับรอง ขั้นตอนจะตกไปอยู่ที่ ไอแซก เฮอร์ซอก ประธานาธิบดีอิสราเอล ซึ่งจะเปิดการหารือร่วมกับพรรคการเมืองทั้งหมดเพื่อรับฟังคำแนะนำว่าพรรคใดสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี
ไอแซก เฮอร์ซอก ประธานาธิบดีอิสราเอล
จากนั้นประธานาธิบดีจะเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งผู้ที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าพรรคที่ใหญ่ที่สุด แต่คือคนที่มองว่ามีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล 61 เสียงได้จริง ให้เป็นผู้รับมอบหมายภารกิจจัดตั้งรัฐบาลภายในเวลา 28 วัน หรือสามารถขยายเวลาเพิ่มได้อีก 14 วัน
หากบุคคลแรกทำไม่สำเร็จ ภารกิจจะถูกเปลี่ยนมือไปยังผู้คนใหม่ และหากยังล้มเหลวอีก สภาจะมีช่วงเวลาสั้น ๆ ในการเสนอชื่อแกนนำคนใหม่ หากยังไร้ข้อยุติ ประเทศอิสราเอลจะต้องเข้าสู่การเลือกตั้งใหม่อีกครั้งโดยอัตโนมัติ ท่ามกลางความเป็นไปได้ที่ประธานาธิบดีเฮอร์โซกอาจพยายามผลักดันให้เกิด "รัฐบาลเอกภาพ" ระหว่างเนทันยาฮูและไอเซนคอต แต่โอกาสสำเร็จยังคงริบหรี่ เนื่องจากไอเซนคอตได้ปฏิเสธการร่วมรัฐบาลกับเนทันยาฮูมาโดยตลอด
อ่านข่าว :
แอดมินเพจ Godd dam มอบตัวแล้ว ตร.คุมสอบปมโพสต์สลิป 7 ล้าน โยง "อนุทิน"
อย.ยันยังไม่พบการนำเข้า "เห็ดเข็มทอง" ปนเปื้อน หลังสหรัฐฯ แจ้งเตือน
รัฐบาลยันน้ำท่วม-ดินถล่มภูเก็ต เข้าเกณฑ์ประกันภัยพิบัติ เยียวยาเบื้องต้น 1 หมื่น
