"พริษฐ์" เผยมติฝ่ายค้านพุ่งเป้าซักฟอก ม.151 ไม่มีแผนยื่น ม.152

การเมือง
14:51
จำนวนผู้ชม 73
Thai PBS
"พริษฐ์" เผยมติฝ่ายค้านพุ่งเป้าซักฟอก ม.151 ไม่มีแผนยื่น ม.152
ผู้ช่วย AI

วันนี้ (3 พ.ย.2569) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (ประธานวิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊ก "พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu" ระบุว่า ในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านวันนี้ พรรคฝ่ายค้านเห็นตรงกันว่า จะเดินหน้าอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ซึ่งเป็นวาระที่พรรคฝ่ายค้านตั้งใจจะใช้อย่างเต็มที่ เพื่อแสดงให้เห็นว่าหลายปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจปากท้อง และคุณภาพชีวิตของประชาชน มีต้นตอมาจากพฤติกรรมของรัฐบาลที่ล้มเหลวในการคาดการณ์และแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด

พร้อมยืนยันว่า ขณะนี้มีความพร้อมทั้งด้านเนื้อหา ข้อมูลหลักฐานและการจัดสรรเวลาระหว่างผู้อภิปราย แต่ในเมื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มาตรา 151 ถูกขยับไปเป็นช่วงต้นเดือน ธ.ค. ดังนั้นจึงจะใช้เวลา 1 เดือนที่เหลืออยู่จับตารัฐบาลและรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม

แม้การเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามและเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ ม.152 เป็นอีกหนึ่งกลไกที่ฝ่ายค้านยังมีสิทธิเสนอ (เพิ่มเติมจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ ม.151) แต่วันนี้ฝ่ายค้านมีข้อสรุปตรงกันว่า ยังไม่มีแผนที่จะดำเนินการตามกลไกดังกล่าว

"หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เรายังคงมีโควต้าตามรัฐธรรมนูญที่จะเสนอญัตติดังกล่าวได้ 1 ครั้ง ก่อนจะปิดสมัยประชุมในช่วงสิ้นปี" ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าว

นายพริษฐ์ ระบุถึงการทำงานในสภาฯ ตลอดเดือน พ.ย. โดยจะใช้กลไกต่างๆ เพื่อตรวจสอบรัฐบาลและผลักดันการแก้ปัญหาให้กับประชาชน โดยมีข้อเสนอดังนี้

1. ผลักดันญัตติของผู้นำฝ่ายค้านฯ ที่เสนอให้เปิดอภิปรายในที่ประชุมสภาฯ เพื่อให้ สส.เสนอข้อคิดเห็นก่อนการจัดทำงบประมาณ 2571 เพื่อให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้ได้สัดส่วนกับปัญหาของประเทศและวิกฤตพลังงาน-ภูมิรัฐศาสตร์-ภัยพิบัติที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งจะสอดคล้องกับกระบวนการรับฟังความคิดเห็น (Pre-Budget Consultation) ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการกับภาคส่วนต่างๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน

2. ผลักดันกฎหมายที่ยังค้างอยู่ในระเบียบวาระประชุมสภาฯ เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกฎหมายที่เสนอโดย สส. รวมถึง สส.จากพรรคฝ่ายค้าน (เช่น กฎหมายข้อมูลข่าวสารฯ เพื่อเปิดเผยข้อมูลรัฐให้โปร่งใส, กฎหมายสิ่งแวดล้อมเพื่อแก้ไขปัญหาสารพิษ-มาตรฐานโรงงาน, กฎหมายกระจายอำนาจเพื่อปลดล็อกท้องถิ่นในการดูแลประชาชน)

3. เปิดประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและรัฐธรรมนูญ ที่ค้างพิจารณามาแล้วหลายเดือน (เช่น การแก้ไขกฎหมายเพื่อเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างนานขึ้น และในรูปแบบที่สะดวกต่อการตรวจสอบ, การแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มสิทธิประชาชนในการตรวจสอบ-ถอดถอนองค์กรอิสระให้ไม่เป็นอิสระจากประชาชน)

4. เพิ่มวันประชุมสภาฯ เพื่อชดเชยวันประชุมที่ถูกเลื่อนเพราะเหตุการณ์น้ำท่วมหรือเหตุอื่นๆ และเพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลงในที่ประชุมสภาฯ นัดแรกว่าจะมีการกำหนดวันประชุมสภาฯ เพิ่มเติมในอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ต่อเดือน

ประธานวิปฝ่ายค้าน ยังแสดงความคาดหวังว่าทุกภาคส่วน จะร่วมกันผลักดัน 4 ข้อเสนอดังกล่าว เพื่อใช้กลไกสภาฯ อย่างมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

อ่านข่าว :

สมช.เผยไทยส่งหนังสือประท้วง "เมียนมา" สู้รบภายในกระทบชายแดน

"พลพีร์" สั่ง "กรมการปกครอง" ตรวจสอบเส้นเงิน "มูลนิธิองค์กรทำดี-มูลนิธิอื่น"