ฝ่ายค้านท้วงติงตั้งงบกลางไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของประเทศ
สภาผู้แทนราษฎรเปิดประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2555 ตามที่รัฐบาลเสนอไว้ 2.38 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จ โดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อภิปรายชี้แจงสาระสำคัญในร่างกฎหมาย ซึ่งในรายละเอียดได้ปรับลดและโอนย้ายงบรวมกว่า 43,429 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็น และเป็นไปตามเป้าหมายของการใช้จ่ายให้เกิดประสิทธิภาพ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ชี้แจงเหตุผลการปรับลดและปรับเพิ่มงบ เนื่องจากบางหน่วยงานวางโครงการไม่สอดคล้องกับความจำเป็น,ไม่ตรงตามเป้าหมายในนโยบายของรัฐบาล โครงการอบรบ วิจัยหรือศึกษา และโครงการที่ล่าช้าไม่สามารถใช้จ่ายได้ทันปีงบประมาณนี้ รวมถึงโครงการที่ใช้จ่ายงบจากส่วนอื่นแทนได้ ซึ่ง 2 ส่วนแรกในความสำคัญกับการฟื้นฟูประเทศ ขณะที่ส่วนที่ 3 คือการปรับเพื่อพัฒนาและสนับสนุนองค์กรในการปฏิบัติหน้าที่
ขณะที่ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน หรือ พรรคประชาธิปัตย์ โดยส่วนใหญ่ลุกขึ้นอภิปรายเน้นย้ำถึงการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการเยียวยาและฟื้นฟูประเทศหลังน้ำลด พร้อมกับท้วงติงถึงงบกลางว่าควรปรับเปลี่ยนให้เป็นงบปกติรายกระทรวง แทนการตั้งไว้โดยไม่เขียนรายละเอียดให้ชัดเจน
ตามร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ประจำปี 2555 นั้น การจัดสรรงบในรายกระทรวง จะเห็นว่า กระทรวงที่ได้รับการพิจารณาปรับเพิ่มสูงสุดรวม 10,227 ล้านบาท คือกระทรวงมหาดไทย, รองลงมาคือกระทรวงคมนาคมปรับเพิ่ม 7,542 ล้านบาท และตามด้วยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาปรับเพิ่ม 3,510 ล้านบาท ส่วนกระทรวงกลาโหมปรับเพิ่มอีก 1,441 ล้านบาท
สำหรับกระทรวงที่ถูกพิจารณาปรับลดพบว่า กระทรวงแรงงานถูกพิจารณาปรับลด 10,949 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับทุกกระทรวงแล้วนับว่าถูกปรับลดมากที่สุด, รองลงมา คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถูกปรับลด 1,272 ล้านบาท
แต่จากภาพรวมของร่างงบประมาณ ประจำปี 2555 กระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบสูงสุด คือ กระทรวงศึกษาธิการจำนวน 420,490 ล้านบาท ส่วนกระทรวงพลังงานได้รับการจัดสรรงบน้อยที่สุด จำนวน 1,850 ล้านบาท ซึ่งตลอดทั้งวันนี้ และวันพรุ่งนี้ ส.ส.รวม 219 คน จะอภิปรายรายมาตรา จำนวน 35 มาตรา ก่อนนัดหมายลงมติเห็นชอบในวันศุกร์ที่ 6 มกราคมนี้
