นายกฯหนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของวิปรัฐบาล
หลังคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล มีความเห็นเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีตอบรับในหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะมีการตั้ง ส.ส.ร.เพื่อยกร่าง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายรัฐบาล แต่การดำเนินการต้องเป็นไปตามกระบวนการของรัฐสภา
ด้าน ศ.อุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ หรือ คอ.นธ. ยืนยันข้อเสนอที่ให้มีคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ 34 คนเป็นแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เร็วที่สุด และ ประชาชนยังได้เข้ามามีส่วนร่วมในการติดตามยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนการตั้ง ส.ส.ร.3 ที่มาจากการเลือกตั้ง 77 จังหวัดจะเกิดปัญหาความไม่เท่าเทียมกันระหว่างจังหวัดใหญ่กับจังหวัดเล็ก โดยจะนำข้อเสนอนี้ให้นายกรัฐมนตรี พิจารณา พร้อมระบุว่า ข้อเสนอนี้ไม่มีวาระซ่อนเร้นเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือ ทำเพื่อบุคคลใด
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เห็นสอดคล้องกับวิปรัฐบาลที่สนับสนุนแนวทางการตั้ง ส.ส.ร.มากกว่าแนวทางของ คอ.นธ.ที่ให้ตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมกันนี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังเสนอการเลือกตัวแทน ส.ส.ร. ว่าควรให้มี ส.ส.ร.จังหวัดละ 2 คน ซึ่งจะทำให้พรรคการเมืองที่มีผู้สมัครอิงกับฐานเสียงจะได้ทั้ง 2 คนยากมากขึ้น
ด้านคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติสภาผู้แทนราษฎรที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นประธานได้เชิญผู้บัญชาการทหารบกเข้าร่วมหารือแนวทางการสร้างความปรองดองซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกแจ้งกรรมาธิการว่า ติดภารกิจ และ ส่ง พล.ท.อักษรา เกิดผล ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการเข้าร่วมหารือแทน
พล.ท.อักษรา ยืนยันว่า ฝ่ายกองทัพไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง และ มีหน้าที่ในการปกป้องประชาชนและสถาบันโดยเสนอให้แก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยการบังคับใช้กฎหมายสังคมต้องให้อภัยซึ่งกันและกัน โดยทหารเลือกอยู่เคียงข้างประชาชนไม่มีการเลือกปฏิบัติ
ขณะที่การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ( 10 ม.ค.) ได้เห็นชอบในหลักการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ตามข้อเสนอของคณะกรรมการประสานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ หรือ ป.คอป. ที่จะชดเชยครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุชุมนุมทางการเมืองรายละ 3 ล้านบาท โดยจะมีการหารือกรอบเม็ดเงินงบประมาณ 2,000 ล้านบาท กับสำนักงบประมาณและเสนอ ครม.อีกครั้ง
