นักวิชาการกังวลสถานการณ์น้ำเต็มเขื่อน
ผศ.นภาพร เปี่ยมสง่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ภาวะน้ำท่วมปีที่ผ่านมาทำให้เขื่อนหลายแห่งต้องเก็บน้ำไว้เป็นปริมาณมาก จึงทำให้ขณะนี้น้ำในเขื่อนส่วนใหญ่ทั่วประเทศยังคงมีปริมาณสูงมาก แต่ยังไม่สามารถระบายได้มาก เพราะยังคงมีน้ำค้างทุ่งอยู่หลายพื้นที่ในภาคกลาง และประตูน้ำหลายแห่งของกรมชลประทานก็ยังซ่อมไม่เสร็จ จึงไม่สามารถระบายน้ำได้มากนักถ้าปีนี้มีน้ำมากอีกครั้ง ก็อาจเกิดภาวะน้ำท่วมหนักได้อีก เพราะเขื่อนมีขีดจำกัดในการรับน้ำ
ส่วน รศ.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเขื่อนจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ภาวะน้ำท่วมหนักอาจส่งผลให้เกิดสถานการณ์น้ำล้นสันเขื่อน และทำให้เขื่อนชำรุด รั่วซึมจนขยายวงกว้างจนไม่สามารถควบคุมได้ ถ้าเขื่อนต้องเก็บน้ำในปริมาณสูงสุดเป็นเวลานาน โดยปีที่ผ่านมามีหลายเขื่อนที่เป็นเช่นนั้น ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงสูงมาก ที่จะชำรุดรั่วซึมได้ ส่วนผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่จะทำให้เขื่อนเสียหายนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก
ขณะที่เมื่อวานนี้ในการประชุมสภาฯ นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้รัฐบาลวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้ดี เพราะจากการตรวจสอบพบว่าเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำมากทำให้เหลือพื้นที่เก็บกักน้ำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่มีการพยากรณ์ว่าจะมีพายุอีก 7 ลูกในปีนี้ จึงกังวลว่าเขื่อนจะไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ และน้ำจะท่วมอีกครั้ง ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร่องน้ำโดยเร็วที่สุด
ส่วนข้อมูลจากกรมชลประทานระบุว่า ขณะนี้มีการจัดสรรน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2554 จนถึงเมษายนปีนี้ โดยนำน้ำไปใช้แล้วร้อยละ 46 แต่ขณะนี้ยังคงมีน้ำในเขื่อนทั่วประเทศปริมาณสูงมาก โดยวันนี้ของปีที่แล้วเขื่อนภูมิพลมีน้ำอยู่ที่ร้อยละ 57 แต่ปีนี้มีน้ำมากถึงร้อยละ 86 ส่วนเขื่อนสิริกิติ์ปีที่แล้วมีน้ำอยู่ที่ร้อยละ 71 แต่ปีนี้มีน้ำมากถึงร้อยละ 84
