หลายฝ่าย ถกแผนรับมือภัยพิบัติภาครัฐ
นายสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวระหว่างงานเสวนาเรื่อง"สามแสนห้าหมื่นล้านบาท ป้องกันภัยพิบัติ ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างไร ซึ่งจัดโดยสภาพัฒนาการเมือง สภาพัฒนาการเมือง ว่า สาเหตุของการเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ว่า เกิดจากปริมาณน้ำฝนที่มีมากเกินไป แต่ไม่มีพื้นที่รับน้ำหลาก หรือ แก้มลิงไว้รองรับน้ำส่วนที่เกิน น้ำทะเลก็หนุนสูงจนทำให้ไม่สามารถระบายน้ำลงทะเลได้อย่างเต็มที่ ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาควรใช้หลักต้น - กัก กลาง - ชะลอ กทม.-ช่วยระบาย เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
ส่วนนายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวยอมรับว่า ยังเป็นห่วงปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆที่อยู่ในระดับสูง และยังไม่มั่นใจกับแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล เพราะจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เห็นแผนผัง หรือ แผนที่ ในเรื่องของทิศทางการผันน้ำ และพื้นที่แก้มลิงอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนการปรับปรุงและให้ความสำคัญกับผังเมือง มีความจำเป็นที่จะต้องนำมาแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการผังเมืองและกรรมการผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง ยอมรับว่า ประเทศไทยยังไม่ให้ความสำคัญกับผังเมือง ทำให้ปัจจุบันแม้จะมีการออกแผนผังนโยบายการใช้ที่ดิน เพื่อบรรเทาอุทกภัย ลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน แต่ก็ไม่ได้พัฒนาเป็นกฏหมาย ทำได้แค่เพียงเป็นแผนด้านนโยบายที่ไม่สามารถนำไปบังคับใช้ได้จริง
