ศาลออกหมายจับ 4 ผู้ต้องหาคดีระเบิด

อาชญากรรม
00:36
จำนวนผู้ชม 45
Thai PBS
ศาลออกหมายจับ 4 ผู้ต้องหาคดีระเบิด

หลังตำรวจยื่นขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่ซอยสุขุมวิท 71 จำนวน 4 ราย มีรายงานว่าขณะนี้ศาลได้อนุมัติหมายจับดังกล่าวแล้ว โดย 3 คน 1 คนคือผู้ก่อเหตุระเบิด อีก 2 คนคือ ชายที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิด ส่วนอีก 1 คน คือ หญิงสาวที่เดินทางเข้ามาพร้อมกับกลุ่มคนร้ายซึ่งยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวน

พ.ต.อ.สุนทร เขมะประภา รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีระเบิดที่ ซอยสุขุมวิท 71 โดยระบุว่า พนักงานสอบสวน สน.คลองตันได้ขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีระเบิดรวม 4 ราย ประกอบด้วย นายซาอิด โมราบี อายุ 28 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุระเบิดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส นายโมฮัมบี ฮัสซาอี อายุ 42 ปี ที่ถูกจับกุมได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายซีดากาส ซาเดส มะซุด อายุ 31 ปี ที่หลบหนีไปยังมาเลเซีย และ น.ส.โรฮานี่ ไลลา ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยพร้อมกัน และเป็นผู้ติดต่อเช่าบ้านพักภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 31

ส่วนข้อหาของแต่ละรายจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ต้องหาต่างวาระกัน หากศาลออกหมายจับแล้วก็จะดำเนินการส่งหมายไปยังตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล เพื่อร่วมติดตามจับกุมผู้ต้องหาต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บังคับการ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 4 คนแล้ว เบื้องต้นได้แบ่งงานให้กับเจ้าหน้าที่ทำงานเป็น 3 ส่วน โดย สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หรือ สตม.ทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลผู้ต้องหาที่จับกุมได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ รวมทั้งการสอบปากคำ

ส่วนผู้ต้องหาที่ได้รับบาดเจ็บทาง สน.คลองตัน เป็นผู้รับผิดชอบ รวมทั้งการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ และพยานแวดล้อมทั้งหมด ส่วนสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ หรือ พฐ.และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด ทำหน้าที่ตรวจสอบพยานวัตถุต่างๆ ที่เก็บได้ในเกิดเหตุทั้งหมด เพื่อส่งข้อมูลให้กับทางศูนย์อำนวนการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยจะทำหน้าที่ติดตามจับกุมคนร้ายที่อยู่หลบหนีอยู่อีก 1 ราย มาดำเนินคดีต่อไป

ส่วนการสอบปากคำ นายโมฮัมบี ฮัสซาอี ซึ่ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ร่วมสอบปากคำ เบื้องต้น นายฮัสซาอี ยังให้การภาคเสธ แต่ยอมรับว่าเดินออกมาพร้อมกับนายซาอิดแต่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด แต่ตำรวจ เชื่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานที่จะเชื่อมโยงได้

เบื้องต้น นายฮัสซาอี ถูกขึ้นบัญชีกลุ่มบุคคลต่างชาติห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว โดยตำรวจสามารถควบคุมตัวไว้ได้โดยไม่กำหนดระยะเวลาตามความจำเป็น ซึ่งหากการสอบสวนเสร็จสิ้น และเมื่อถูกแจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการ ตำรวจจะส่งตัวให้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ดำเนินคดีต่อไป

ส่วนนายซีดากาส ซาเดส มะซุด 1 ในผู้ร่วมขบวนการ ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่มาเลเซีย ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ได้ใช้วิธีเจรจาขอให้ทางการมาเลเซีย ส่งตัวนายมะซุด กลับมาให้ทางการไทย ซึ่งเชื่อว่า ทางการเมเลเซียกำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่

กรณีนี้สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ตำรวจประเทศมาเลเซียได้จับกุมชาวอิหร่าน ที่สงสัยร่วมก่อเหตุระเบิดในประเทศไทย โดยหัวหน้าตำรวจของประเทศมาเลเซีย เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังสอบสวนอยู่ซึ่งไม่รู้ว่าจะให้เวลานานเท่าใด และยังไม่ได้ ประสานกับไทยในการส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน

สำหรับอาการของนายซาอิด ผู้ก่อเหตุระเบิดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาขาดทั้ง 2 ข้าง ขณะนี้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แพทย์ได้ทำการผ่าตัดขาทั้งสองข้าง และช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตราย แต่ต้องเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนในห้องไอซียู โดยตำรวจได้จัดกำลังมาเฝ้ารักษาการตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นๆ พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ขณะนี้ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังไม่ได้สั่งการในเรื่องนี้ แต่ทางฝ่ายความมั่นคงก็มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารร่วมกันอยู่แล้ว รวมถึงการประสานกับผู้ช่วยทูตทหารประเทศต่างๆ ในประเทศไทย แต่ยังไม่มีการเชิญผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศมาพบเพื่อหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลหรือชี้แจงในเรื่องใดเป็นพิเศษ

แต่หากจำเป็นต้องมีการเชิญมาร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูล กองทัพก็มีแนวทางปฏิบัติอยู่แล้ว ส่วนการติดตามข้อมูลด้านการข่าวของผู้ช่วยทูตทหารแต่ละประเทศ ยังคงดำเนินการไปตามปกติ ส่วนการดำเนินการในเรื่องนี้ ทางตำรวจกำลังติดตามสอบสวนอยู่ ทั้งข้อมูลหลักฐานและการขยายผล เพื่อรอสรุปต่อไป ในส่วนของกองทัพก็ติดตามสถานการณ์และข้อมูลด้านการข่าว

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบหลักต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กองทัพบกยังไม่ได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยขณะนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ที่มีศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 ที่ดูแลเกี่ยวกับการก่อการร้าย และการอาชญากรรมข้ามชาติได้ติดตามสถานการณ์และตรวจสอบเรื่องนี้อยู่

โดยศูนย์ประสานนี้มีผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลเป็นผู้อำนวยการศูนย์อยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจสันติบาล และตำรวจสอบสวนกลางกำลังหาข้อมูลสอบสวนกัน ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงจะต้องติดตามสถานการณ์ทำงานด้านการข่าว และบูรณาการข่าวร่วมกัน เพื่อช่วยตำรวจสันติบาล