ตร.สันติบาลพบคนร้ายคดีระเบิดพยายามเลี่ยงการตรวจสอบของด่านตรวจคนเข้าเมือง

อาชญากรรม
00:54
จำนวนผู้ชม 47
Thai PBS
ตร.สันติบาลพบคนร้ายคดีระเบิดพยายามเลี่ยงการตรวจสอบของด่านตรวจคนเข้าเมือง

ภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพ 3 ใน 4 คนที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด 3 จุด ที่จุดระเบิดบ้านเลขที่ 66 ซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ซอยย่อย 12 และซอยสุขุมวิท 71 หน้าโรงเรียนเกษมพิทยา เป็นหลักฐานส่วนหนึ่งที่ตำรวจใช้ติดตาม และยืนยันว่าทุกคนมีความเกี่ยวข้องกัน ซึ่งจากข้อมูลของตำรวจสันติบาลพบว่าคนร้ายกลุ่มนี้พยายามหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของด่านตรวจคนเข้าเมือง โดยเลือกที่จะเดินทางเข้าประเทศผ่านทางสนามบินภูเก็ตก่อนเดินทางมาที่สนามบินสุวรรณภูมิ

ข้อมูลตำรวจสันติบาลตรวจสอบการเดินทางเข้าออกของกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนโดยเฉพาะ นายซาอิด โมราบี พบว่า เดินทางเข้าออกประเทศไทยตั้งแต่ปี 2554 ครั้งล่าสุดที่เดินทางมายังประเทศไทย คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยสายการบินฮัทแอร์ จากปูซาน เกาหลีใต้ มุ่งหน้าไปยังสนามบินนานาชาติภูเก็ต ก่อนเดินทางต่อมาที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยทุกครั้งจะมีนางโรฮานี ไลลา เดินทางมาด้วย

เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ก่อเหตุกลุ่มนี้พยายามหลีกเลี่ยงการตรวจของด่านตรวจคนเข้าเมืองที่รัดกุมภายในสนามบินสุวรรณภูมิ จึงใช้วิธิเดินทางไปยังสนามบินภูเก็ตที่มีขั้นตอนการตรวจสอบที่ไม่ยุ่งยากเท่ากับที่สนามบนิสุวรรณภูมิ ก่อนที่จะเดินทางย้อนกลับมาที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยใช้เส้นทางผู้โดยสารภายในประเทศ ซึ่งไม่จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบที่เข้มงวด

นอกจากนี้ การตรวจสอบข้อมูลทางการสืบสวน ยังพบเอกสาร เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ระบุวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ ทำให้โรงแรมแห่งนี้ ถูกตรวจค้นหาพยานหลักฐาน และกลุ่มบุคคลที่อาจเชื่อมโยงขบวนการ

หากสังเกตจากพฤติการณ์การเดินทางเข้าออกประเทศไทยของกลุ่มผู้ต้องหา และมาตรการการเปิดรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติทั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติ และกระทรวงการต่างประเทศ ที่ได้ร่วมหารือกันเมื่อวานนี้ (15 ก.พ. ) ต่างก็เห็นตรงกันว่าประเทศไทยยังมีช่องว่าง และจุดอ่อนในเรื่องการตรวจตรานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

สำหรับกรณีนี้ นักวิชาการมุสลิมศึกษาหลายคนให้ข้อมูลตรงกันว่าก่อนหน้านี้ประเทศไทยไม่ใช่เป้าหมายการก่อเหตุร้าย แต่ถูกใช้เป็นสถานที่พบปะ นัดพบของผู้ก่อการร้ายมาโดยตลอด เหตุการณ์ในครั้งนี้ จึงน่าสนใจว่าเหตุใดจึงมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย ซึ่งหากพิจารณาถึงความเชื่อมโยงแล้ว อาจมีความเป็นไปได้ว่าคนร้ายมุ่งก่อเหตุเพื่อพุ่งเป้าหมายไปยังตัวบุคคล เช่นเดียวกับข้อมูลของตำรวจที่ระบุว่า การก่อเหตุในครั้งนี้มีเป้าหมายการก่อเหตุมุ่งไปที่บุคคลของประเทศคู่กรณี โดยเฉพาะประเทศอิสราเอล