นายกฯ เตรียมตรวจเยี่ยม-ติดตามการขุดลอดคูคลองสัปดาห์หน้า

การเมือง
01:36
จำนวนผู้ชม 85
Thai PBS
นายกฯ เตรียมตรวจเยี่ยม-ติดตามการขุดลอดคูคลองสัปดาห์หน้า

สัปดาห์หน้า นายกรัฐมนตรี และคณะจะลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมและติดตามการขุดลอกคูคลอง เพื่อติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานการระบายน้ำในพื้นที่ท่วมขังบ่อย พร้อมสั่งให้คณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นใหม่ทั้ง 2 ชุดทำงานทันที โดยเป็นการดำเนินการต่อยอดจาก คณะกรรมการ กยน. ในการวางแผนบริหารน้ำทั้งระบบ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ มีกำหนดการลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมและติดตามการขุดลอกคูคลอง ในสัปดาห์หน้า เพื่อติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานการระบายน้ำในพื้นที่ท่วมขังบ่อย โดยเบื้องต้น จะเน้นไปที่การระบายน้ำลงสู่แก้มลิงธรรมชาติ

ด้าน นายฐานิสร์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้สั่งการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสานจังหวัดรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง และควบคุมสถานการณ์ภัยแล้งแล้ว ส่วนแนวทางการป้องกันอุทกภัยที่เร่งดำเนินการรับมือภัยแล้ง ซึ่งมีการคาดการณ์กันถึงความเหมาะสมในการระบายน้ำตามแผนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ หรือ กยน. อาจส่งผลต่อการไม่มีน้ำใช้เพียงพอในการทำการเกษตรโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน

ขณะนี้มีจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยแล้งแล้ว จำนวน 18 จังหวัด 123 อำเภอ 805 ตำบล 650 หมู่บ้าน ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร, ลำปาง, ลำพูน, สุโขทัย, น่าน, พะเยา, พิษณุโลก, แพร่, อุตรดิตถ์, เชียงราย, เลย, หนองคาย, เพชรบุรี, สุพรรณบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, จันทบุรี, ฉะเชิงเทรา และชลบุรี เพื่อเป็นการควบคุมไม่ให้สถานการณ์ภัยแล้งลุกลามขยายวงกว้าง จึงได้สั่งการเน้นย้ำให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสานจังหวัดเตรียมพร้อมรับมือภัยแล้ง โดยถือเป็นนโยบายสำคัญที่จะต้องเร่งกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหา และระดมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้มุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำและการจัดสรรน้ำให้ทั่วถึง เพียงพอสำหรับการใช้งาน และสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนในพื้นที่ ควบคู่กับการใช้กลไกความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาคมและชุมชน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และประชาชนได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำน้อยที่สุด

ทั้งนี้ คณะกรรมการ 2 ชุด คือ คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ หรือ กนอช. และคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. ที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติแต่งตั้งขึ้น ได้มีการสั่งการให้เร่งดำเนินการตามภาระหน้าที่แล้ว โดยคณะกรรมการ กนอช. มีจำนวนทั้งสิ้น 52 คน มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีที่ปรึกษา 6 คน คือ นายสุเมธ ตันติเวชกุล ,ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ,นายดิสธร วัชโรทัย, นายวีรพงษ์ รามางกูร ,นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา และนายกิจจา ผลภาษี โดยคณะกรรมการชุดนี้ จะมีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายการจัดทำแผนปฏิบัติการบริหารจัดการน้ำ การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยแห่งชาติ พิจารณากำหนดนโยบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยอย่างเป็นระบบ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำไปปฏิบัติ เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี ในการจัดให้มีหรือปรับปรุงกฎหมายหรือกฎเกี่ยวกับน้ำ การกำหนดแนวทางการประสานงานของคณะกรรมการและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องการจัดการน้ำ และการปรับปรุงองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ และเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี ในการจ่ายเงินชดเชยความเสียหายให้แก่บุคคล ที่เสียหายจากการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย รวมทั้งเสนอแนะเรื่องการใช้งบประมาณด้วย

ขณะที่ คณะกรรมการ กบอ. มีคณะกรรมการรวมที่ปรึกษาทั้งหมด 18 คน โดย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธาน โดยมีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำแผนปฏิบัติการและดำเนินการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยตามนโยบายของ คณะกรรมการ กนอช. และการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กนอช. กำหนดวิธีการดำเนินการของหน่วยงานรัฐ เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยเป็นไปโดยเหมาะสมและ สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการ อนุมัติแผนงานหรือโครงการของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนให้ความเห็นชอบการสนับสนุนวงเงินรายจ่าย กำลังคน วัสดุ อุปกรณ์และทรัพยากรอื่น เพื่อดำเนินการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย สั่งการหน่วยงานรัฐดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดในการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย อำนวยการ ควบคุม ตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือมอบหมายแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือมอบหมายให้บุคคลใดช่วยเหลือหรือปฏิบัติงานตามที่ กบอ.มอบหมาย ดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะรัฐมนตรี, นายกรัฐมนตรี และ กนอช.มอบหมาย