อาสาสมัครดับไฟเชื่อ ไฟไหม้ป่าสวนผึ้งหวังเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่

สิ่งแวดล้อม
14:12
จำนวนผู้ชม 35
Thai PBS
อาสาสมัครดับไฟเชื่อ ไฟไหม้ป่าสวนผึ้งหวังเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่

สถานการณ์ไฟไหม้ป่าต้นน้ำในที่ดินราชพัสดุ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มอาสาสมัครที่เข้ามาช่วยดับไฟ เชื่อว่า ไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของกลุ่มที่หวังเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ เพราะพบร่องการตัดไม้และแปรรูปไม้ด้วย

พื้นที่หมู่ 3 บ้านเขาแหลม อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เป็นพื้นที่ล่าสุดที่ถูกไฟไหม้ในอำเภอสวนผึ้ง ซึ่งอาสาสมัครกว่า 30 คน ต้องช่วยกันดับไฟที่ไหม้ในจุดที่เรียกว่ายอดเขาแหลม ยอดเขาที่สูงที่สุดในอำเภอสวนผึ้ง และเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำชั้น 1 เอ ไปแล้วกว่าร้อยละ 20 ของพื้นที่ แต่สถานการณ์ไฟไหม้ป่า เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้หลายจุดเป็นเวลาติดต่อกันเกือบ 1 เดือนแล้ว ทำให้มีหมอกควันปกคลุมพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง และอำเภอใกล้เคียง โดยเฉพาะพื้นที่โครงการอุทยานธรรมชาติวิทยา ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี 60,000 – 70,000 ไร่นายสุเทพ ไกรสุข หัวหน้าโครงการ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสทางโทรศัพท์ระบุว่า พื้นที่โครงการได้ถูกไฟไหม้ไปทั้งหมดแล้ว

นายบุหลัน รันตี ประธานกลุ่มคนรักษ์เขากระโจม หนึ่งในอาสาสมัครดับไฟป่า บอกว่า สถานการณ์ไฟไหม้ป่าในอำเภอสวนผึ้งปีนี้รุนแรงกว่าทุกปี เพราะสภาพอากาศที่ร้อนจัด และมีเพียงกลุ่มอาสาสมัครเท่านั้นที่เข้ามาช่วยดับไฟ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ทั้งจากส่วนท้องถิ่น, ฝ่ายปกครอง หรือหน่วยทหารที่รับผิดชอบพื้นที่เข้ามาช่วยเหลือ ส่วนสาเหตุไฟป่าไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เกิดจากการเผา ของบุคคลที่ต้องการแปลงสภาพพื้นที่ให้เป็นป่าเสื่อมโทรม เพื่อเข้าทำประโยชน์ในที่ดินราชพัสดุในอำเภอสวนผึ้ง โดยสังเกตได้จากพื้นที่เกิดไฟไหม้จะกระจายตามที่ผู้หวังเข้าใช้ประโยชน์ต้องการ

ระหว่างการเข้าไปตรวจสอบไฟไหม้ป่าบริเวณทางขึ้นยอดเขาแหลม ในอำเภอสวนผึ้งครั้งนี้ พบบางจุดมีร่องรอยการตัดไม้ และแปรรูปไม้ ในพื้นที่ป่าต้นน้ำชั้น 1 เอ โดยพบร่องรอยการแปรรูปไม้ประดู่ และไม้ยาง ซึ่งถือเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก.ด้วย โดยพื้นที่นี้ถือว่า เป็นที่ดินราชพัสดุ อยู่ในความรับผิดชอบที่กรมธนารักษ์มอบให้กองพลพัฒนาที่ 1 กองทัพภาคที่ 1 เป็นผู้ดูแลพื้นที่