กมธ.สิ่งแวดล้อมลงพื้นที่ ตรวจสอบกรณีนายทุนบุกรุกป่าภูเก็ต

สิ่งแวดล้อม
06:50
จำนวนผู้ชม 81
Thai PBS
กมธ.สิ่งแวดล้อมลงพื้นที่ ตรวจสอบกรณีนายทุนบุกรุกป่าภูเก็ต

การติดตามคดีบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติขายให้กลุ่มทุนต่างชาติในจังหวัดภูเก็ต ที่ไทยพีบีเอสได้นำเสนอปัญหา โดยพบทั้งเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องทั้งเอื้อประโยชน์ในการออกเอกสารสิทธิ์ ภายในสัปดาห์นี้ ทั้ง ป.ป.ท. และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม จะนำปัญหานี้เข้าหารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ จ.ภูเก็ตเป็นพื้นที่ต้นแบบในการดำเนินคดีทั้งอาญาทางวินัยกับเจ้าหน้าที่รัฐรวมถึงรื้อระบบตรวจสอบการครอบครองของกลุ่มทุน หรือ "ภูเก็ตโมเดล" ด้านกรรมาธิการทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อมก็ลงพื้นที่ตรวจสอบ

พื้นที่บริเวณชายหาดและเหนือชายหาดฟรีดอมบีชรวม 65 ไร่ เป็นพื้นที่ล่าสุดที่กรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา นำโดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานคณะกรรมาธิการ ฯ กำลังลงพื้นที่ เพื่อเก็บข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงในขณะนี้กรณีพบข้อมูลว่าพื้นที่ดังกล่าว มีการบุกรุกพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ เทือกเขานาคเกิด จ.ภูเก็ต และมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามามีส่วนร่วมเอื้อประโยชน์ในการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ตเป็นผู้ชี้แจง

สำหรับสาเหตุที่กรรมาธิการชุดดังกล่าว สนใจเนื่องจากพื้นที่หาดฟรีดอม อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์โซนซี และหากมีการก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ ผลที่ตามมาภายหลังพัฒนาก็จะมีการปล่อยน้ำเสีย น้ำเสียเหล่านั้นก็จะไหลลงสู่ทะเล ผลกระทบอันแรกคือประการังในทะเลจะมีการฟอกขาว และก็จะตายในที่สุด เพราะบริเวณหาดฟรีดอมเป็นหาดที่มีความสวยงามของน้ำทะเลที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติชื่นชอบ

ก่อนหน้านี้ไทยพีบีเอสนำเสนอปัญหาหาดฟรีดอมบีชที่ถูกกันออกจากพื้นที่เขตป่าสงวนเพื่อการออกโฉนดที่ดินทั้งที่เป็นพื้นที่ที่มีความลาดชันเกินร้อยละ35 ก่อนจะมีการประกาศขายให้กับกลุ่มนายทุนชาวต่างชาติ โดยขั้นตอนของการออกเอกสารสิทธิ์เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และป.ป.ท.พบความผิดปกติของเอกสารของผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินเดิมเพื่อแสดงสิทธิ์การครอบครอง ว่าเริ่มทำประโยชน์ช่วงปี พ.ศ.2510 แต่ขัดกับเอกสารของเจ้าของที่ดินใหม่ที่ซื้อต่อมาว่าที่ดินนี้เจ้าของเดิม มีการทำประโยชน์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2480 เพื่อให้เข้ากับหลักเกณฑ์การทำประโยชน์ที่ดิน ตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497

อีกทั้งการออกโฉนดกรณีนี้ไม่มีใบ สค.1มายืนยันการทำประโยชน์ก่อนประกาศเป็นพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ รวมถึงช่วงที่มีการเปิดให้คัดค้านก่อนการประกาศเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติก็ไม่มีใครมายื่นคัดค้าน ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าโฉนดที่นำมาอ้างสิทธิ์นั้นเป็นโฉนดที่ได้มาโดยมิชอบซึ่งการตรวจอบความผิดเบื้องต้นมีข้าราชการระดับสูงและระดับปฏิบัติการรวม 11 คน ที่อาจร่วมกระทำความผิด ซึ่งอยู่ระหว่างการส่งให้ ป.ป.ช.พิจารณา