“สนธิ” เรียกร้องทุกฝ่ายสร้างปรองดอง หวังฝ่ายการเมืองร่วมเร่งสร้าง
ในการจัดเสวนารายงานวิจัยการสร้างความปรองดองแห่งชาติของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองแห่งชาติ ร่วมกับ สถาบันพระปกเกล้า พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ประธานกรรมาธิการฯ ย้ำถึงขอบเขตหน้าที่การเสนอแนวทางปรองดอง โดยไม่มีหน้าที่ในการการค้นหาความจริง ซึ่งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. ดำเนินการอยู่ ส่วนผลของคดีคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ หรือ คตส. ที่เสนอให้ทบทวนนั้น เป็นสิ่งที่กรรมาธิการแก้ไขใดๆ ไม่ได้ เพราะผ่านการทำวิจัยและได้ผลสรุปออกมาเช่นนั้น
ทั้งนี้พลเอกสนธิ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมสร้างบรรยากาศแห่งความปรองดอง โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองที่พบว่ายังเป็นอุปสรรคสำคัญ และจากการศึกษาของกรรมาธิการ และ สถาบันพระปกเกล้า เห็นตรงกันว่าการให้อภัย เป็นหัวใจสำคัญสู่ความปรองดอง ที่ต้องปฏิบัติอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่วาทะกรรมทางการเมือง
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทำจดหมายเปิดผนึกถึงสถาบันพระปกเกล้า ฉบับที่ 2 โดยตั้งคำถามถึงสถาบันพระปกเกล้าในหลายประเด็น ทั้งการทำเกินขอบเขต เสนอนิรโทษกรรมคดีอาญา เอื้อประโยชน์ให้กับ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัว การออกกฏหมายนิรโทษกรรม การล้มล้างอำนาจตุลาการ ที่เป็นการทำลายระบบยุติธรรมของประเทศ ซึ่งนอกจากจะไม่สร้างความปรองดองแล้ว ยังเป็นการจุดไฟขัดแย้งเพิ่มเติม จึงต้องการยืดเวลารวบรวมข้อเท็จจริงให้รอบด้าน
ทั้งนี้คณะกรรมาธิการปรองดองเสียงข้างมากเห็นด้วยกับข้อเสนอสถาบันพระปกเกล้าในแนวทางการออกกฏหมายนิรโทษกรรมที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองทุกประเภท รวมถึงคดีอาญาที่มีเหตุจูงใจทางการเมือง เช่น การทำลายทรัพย์สินของรัฐหรือเอกชน รวมถึงเห็นด้วยกับการเพิกถอนผลทางการกฎหมายที่ดำเนินการโดย คตส.ทั้งหมดส่วนการประชุมของคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในสัปดาห์นี้
