ดีเอสไอเตรียมพิจารณาคดียาแก้หวัดเป็นคดีพิเศษ
การพิจารณาให้คดียาแก้หวัด ที่มีส่วนผสมของซูโดอีเฟดรีน สารตั้งต้นผลิตยาเสพติด เป็นคดีพิเศษในวันจันทร์หน้า(26 มี.ค.) เจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะลงพื้นที่ตรวจสอบโรงพยาบาล 22 แห่ง ที่มีข้อมูลว่า มีการเบิกจ่ายยาชนิดนี้มากผิดปกติ
โดยจากการตรวจสอบโรงพยาบาล 2 แห่งที่จังหวัดเชียงใหม่ คือ โรงพยาบาลดอยหล่อ และโรงพยาบาลฮอด พบว่า เภสัชกรของโรงพยาบาลดอยหล่อ ลักลอบสั่งซื้อยาแก้หวัด กว่า 70,000 เม็ดในนามของโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้ นพ.สาธิต กิมศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลดอยหล่อ เข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรดอยหล่อ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว
ส่วนที่โรงพยาบาลฮอด ขณะนี้ตรวจสอบพบความผิดปกติ กรณียาชนิดนี้หายไปจากคลังกว่า 50,000 เม็ด ซึ่งทั้ง 2 กรณี เป็น 2 ใน 22 โรงพยาบาลที่พบข้อมูลการเบิกจ่ายยามากผิดปกติ สำหรับพื้นที่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เร่งตรวจสอบอยู่ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะสถานพยาบาล 13 แห่ง คือ โรงพยาบาลรัฐ 3 แห่ง โรงพยาบาลเอกชน 1 แห่ง คลีนิก 8 แห่ง และร้านขายยา 1 แห่ง ซึ่งตรวจพบว่า เป็นแหล่งที่มาของยาซูโดอีเฟรดีน ที่ยึดได้ในอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
ขณะที่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นพ.กิตติภูมิ จุฑาสมิท ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เข้าให้ข้อมูลการเบิกจ่ายยา กับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรภูสิงห์หลังพบว่า ยาแก้หวัดหายไปจากคลังยา กว่า 250,000 เม็ด เบื้องต้นตรวจสอบพบว่ามีผู้ต้องสงสัย 1 คน เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายยา ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเรียกมาสอบปากคำ แต่ล่าสุดพบว่า เจ้าหน้าที่คนนี้ไม่มาทำงาน 2 วันแล้ว
นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข ในฐานะคณะประธานทำงานป้องกันและปราบปรามฟื้นฟู และเยียวยาด้านยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบการเบิกจ่ายยาซูโดอีเฟดรีน ที่โรงพยาบาลภูสิงห์ ว่าพบข้อมูลความเชื่อมโยงกับกรณีโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และโรงพยาบาลทองแสงขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ และพบว่า มีคนสนิทของข้าราชการประจำระดับสูงในกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยงข้องกับการกระทำความผิด
ส่วนการตรวจสอบการเบิกจ่ายยา ของโรงพยาบาลกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่พบหลักฐานการโอนเงินของเภสัชกร และบัญชีธนาคาร ที่สงสัยว่าร่ำรวยผิดปกติ ขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งให้ดีเอสไอ และอายัดทรัพย์สิน เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มา และใช้เป็นหลักฐาน เชื่อมโยงไปถึงผู้รับซื้อ
ส่วนการตรวจสอบเครือข่าย การลักลอบขายยาแก้หวัด เมื่อวานนี้ (22 มี.ค.) ตำรวจได้แถลงข่าวการจับกุม นายประเสริฐ ตรีศรีสุภา และนางฐิตาภา สุวินัย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพะเยา ปี2553 ในข้อหาร่วมกันขายยาแผนปัจจุบันโดยมิได้รับอนุญาต และร่วมกันส่งออกซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทซูโดอีเฟดรีน
โดยตำรวจเปิดเผยพฤติกรรม ทั้งสองคนว่า ในช่วงปี 2552-ปี 2553 ร่วมกันจัดส่งยาแก้หวัด ให้กับขบวนการค้ายาเสพติดทางภาคเหนือ โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้ออกตระเวนซื้อยาแก้หวัด ตามร้านขายยาในพื้นที่กรุงเทพ และปริมณฑล ครั้งละ 20-30 แผง จากนั้นได้ส่งให้ผู้ผลิตยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดพะเยา ผ่านทางบริษัทรถทัวร์
ผู้ต้องหาอ้างว่า ไม่ทราบว่ายาแก้หวัดดังกล่าว จะเป็นสารตั้งต้นเพื่อนำไปผลิตเป็นยาเสพติด โดยอ้างว่าได้รับค่าจ้างครั้ง 1,000-2,000 บาท ซึ่งผู้ว่าจ้างจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ ส่วนเงินในบัญชีเงินฝาก ที่มีเงินหมุนเวียนจำนวนมาก นางฐิตาภา ผู้ต้องหาอ้างว่า รับจ้างเปิดบัญชี ให้เพื่อนโดยไม่ทราบว่า จำนวนเงินที่โอนเข้ามาเป็นเงินที่ได้มาถูกต้องหรือไม่ ซึ่งตำรวจตั้งข้อสังเกตว่า แม้ผู้ต้องหาจะไม่ได้ตระเวนซื้อยาซูโดแล้ว แต่ยังพบเงินในบัญชีมากผิดปกติทั้งที่ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ซึ่งอาจยังอยู่ในขบวนการแต่อาจทำหน้าที่ฟอกเงิน
