กมธ.เร่งนำร่างแก้รัฐธรรมนูญเข้ารัฐสภา
นายสามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เปิดเผยถึงการเร่งพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ โดยจะเชิญสมาชิกที่เสนอคำแปรญัตติไว้จำนวน 172 คน มาชี้แจง พร้อมสรุปการทำงานและนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูฐเข้าพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภาภายในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งหากเป็นไปตามกรอบเวลาจะมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.ในช่วงเดือนกรกฎาคม และภายหลังการทำประชามติ คาดว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ได้ประมาณกลางปี 2556
ขณะที่ รศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต้องการให้การร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 19 ครั้งนี้เป็นการร่างรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้าย หากทำเพื่อการแก้ไขปัญหาเรื่องประชาธิปไตยอย่างแท้จริง พร้อมกับเสนอ ให้ ส.ส.ร.ที่เลือกเข้ามายกร่างรัฐธรรมนูญ ห้ามดำรงตำแหน่งใดๆ ในฝ่ายบริหาร ตุลาการ หรือนิติบัญญัติ ภายหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว 5 ปี ทั้งนี้ เพื่อให้บุคคลที่เป็น ส.ส.ร.ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการแก้รัฐธรรมนูญ
สวนดุสิตโพล และเอแบคโพลได้เปิดเผยผลสำรวจเรื่องการสร้างความปรองดองมีข้อสรุปตรงกันคือประชาชนกลุ่มตัวอย่างที่ถูกสำรวจส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าการสร้างความปรองดองจะประสบผลสำเร็จ
สวนดุสิตโพลระบุว่า ร้อยละ 39 ไม่เชื่อว่ากรรมาธิการปรองดองที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นประธาน จะสร้างความปรองดองได้สำเร็จ ส่วนหน่วยงานที่คาดหวังว่าจะทำได้สำเร็จมากที่สุดคือ ประชาชน และทุกภาคส่วนต้องร่วมกันสร้างความปรองดอง
ขณะที่เอเบคโพลระบุว่าประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 79 เห็นว่าการสร้างความปรองดองเป็นเรื่องการแย่งชิงอำนาจการเมือง และร้อยละ 65 ยังเห็นว่ากรรมาธิการปรองดองเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง
ส่วนข้อเสนอที่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พูดคุยกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 27 เชื่อมั่นว่าจะทำให้มีความปรองดองเกิดขึ้น ขณะที่ร้อยละ 38 ไม่เชื่อว่าจะทำให้ปรองดอง เนื่องจากเห็นว่าการเจรจาระหว่างตัวบุคคลเป็นเรื่องบรรยากาศ หรือสีสันทางการเมืองเท่านั้น
