ผู้เชี่ยวชาญระบุเหตุบึ้มภาคใต้คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ กระทบภาพลักษณ์กลุ่มก่อความไม่สงบ
ซากรถกระบะโตโยต้าที่ถูกใช้เป็นคาร์บอมบ์ที่ จ.ยะลา และซากรถฮอนด้าซีวิค ที่กลุ่มคนร้ายใช้บรรทุกระเบิดก่อวินาศกรรมภายในโรงแรมลีการ์เด้นพลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ถูกหน่วยความมั่นคงของไทย ระบุว่ามีความเกี่ยวข้องกัน เนื่องจากเป็นรถที่ผู้ก่อความไม่สงบใช้ก่อเหตุร้ายในพื้นที่ ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา เมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะใช้เป็นคาร์บอมบ์ เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ทำให้เกิดคำถามถึงวิธีการที่กลุ่มก่อความไม่สงบ ใช้ในการก่อเหตุว่าเป็นการก่อการร้ายหรือไม่ เนื่องจากมุ่งสร้างความสูญเสียไม่ใช่ต่อเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์
หลังเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมที่อาคารเวิรล์เทรด มหานครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2544 สหประชาชาติได้นิยามคำว่า "การก่อการร้าย" คือ การกระทำใด ๆ ที่มุ่งเน้นให้เกิดการสูญเสียชีวิต หรือเกิดการบาดเจ็บอย่างร้ายแรงต่อผู้คน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องหรือเป็นคู่กรณีของความขัดแย้ง
รศ.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) เห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ จากการมุ่งเอาชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ซึ่งเป็นลักษณะหนึ่งของการก่อการร้าย
ขณะที่นายดาโต๊ะ อาซิส เบญหาวัน ประธานสภาที่ปรึกษา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ระบุว่า แม้จะยังไม่มีความชัดเจนว่าใครอยู่เบื้องหลังเหตุร้ายทั้งที่ จ.ยะลาและ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่ต้องประณามผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ที่มุ่งทำลายชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์
ประธานสภาที่ปรึกษา ศอ.บต. เห็นว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเหตุร้ายที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของใคร แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าได้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่
