รมว.กลาโหมหนุนแนวทางเจรจากับกลุ่มคนก่อเหตุร้ายภาคใต้
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีเรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคง รวมถึงเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อประเมินสถานการณ์รุนแรงในภาคใต้ โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงมาแล้ว หลังมีเหตุรุนแรงภาคใต้เกิดขึ้น
ทั้งนี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่เจรจากับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ รวมไปถึงให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงเจรจากับกลุ่มใดๆ ส่วนพื้นที่ประกาศพระราชกำหนดฉุกเฉินจะมีการประเมินสถานการณ์ทุก 3 เดือนในการขยายการประกาศใช้ และเชื่อว่าเครือข่ายก่อความไม่สงบยังคงมุ่งก่อเหตุในพื้นที่ภาคใต้ โดยยังไม่ถึงขั้นเข้ามาก่อเหตุในส่วนกลาง
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกเชื่อว่าการก่อเหตุไม่สงบเป็นขบวนการที่รับจ้างมาก่อเหตุ โดยเป็นเครือข่ายที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มต่างๆ ที่เป็นเครือข่ายผิดกฎหมายและเป็นภัยคุกคามในพื้นที่ พร้อมย้ำว่าการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่กับกลุ่มก่อความไม่สงบยังเน้นใช้กฎหมายปกติ โดยมีมาตรา 21 เพื่อให้ผู้ก่อความไม่สงบกลับใจเข้ามอบตัวรับการอบรม และจะใช้พระราชกำหนดฉุกเฉินตามสถานการณ์ที่จำเป็นเท่านั้น
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเรื่องการเจรจากับกลุ่มผ้ก่อความไม่สงบในภาคใต้นั้น หากยึดตามหลักการหากมีการเจรจากันได้ถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องถามว่าจะเจรจากับใคร ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย
ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ปฏิเสธกระแสข่าวระบุว่า ศอ.บต.ได้ส่งคนเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นกลุ่มเก่า จนทำให้กลุ่มบีอาร์เอ็นสายเหยี่ยวกลุ่มใหม่เกิดความไม่พอใจ จนต้องแสดงตัวสร้างเหตุรุนแรงขึ้น โดยระบุว่าที่ผ่านมา ศอ.บต. มีหน้าที่ทำงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งหากจะมีการพูดคุยจริงคงต้องผ่านหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่นมากกว่า
