แอมเนสตี้ ออกแถลงการณ์ ให้ไทย"อภัยโทษ" ตามพันธกรณีระหว่างประเทศ แต่ไม่รวมละเมิดกม.อาญา

การเมือง
12:07
จำนวนผู้ชม 30
Thai PBS
แอมเนสตี้ ออกแถลงการณ์ ให้ไทย"อภัยโทษ" ตามพันธกรณีระหว่างประเทศ แต่ไม่รวมละเมิดกม.อาญา

แอมเนสตี้ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ไทย เสนออภัยโทษความผิดที่เกิดขึ้นนับแต่เกิดวิกฤตการเมืองอย่างต่อเนื่อง ต้องไม่กลายเป็นการส่งเสริมการลอยนวลพ้นผิดของผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างปรองดองแห่งชาติของรัฐสภาไทยได้จัดการอภิปรายสามวันเกี่ยวกับรายงานซึ่งเสนอให้อภัยโทษต่อผู้นำและผู้สนับสนุนขบวนการทางการเมืองทั้งหลาย นักการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ และเจ้าหน้าที่ความมั่นคง โดยให้ย้อนหลังไปอย่างน้อยจนถึงช่วงทำรัฐประหารในเดือนกันยายน 2549

รายงานซึ่งจัดเตรียมโดยสถาบันพระปกเกล้ามีข้อเสนอว่าการให้อภัยโทษควรไม่ครอบคลุมถึงความผิดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์

“การอภัยโทษต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงเป็นสิ่งที่ไม่อาจกระทำได้ตามกฎบัตรสากล” เบนจามิน ซาวัคกี (Benjamin Zawacki) นักวิจัยประจำประเทศไทย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าว

“รัฐบาลไทยควรดำเนินการสอบสวนตามข้อกล่าวหาการละเมิดทั้งปวง โดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองของบุคคลที่เกี่ยวข้อง และควรมีการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อผู้ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนรับผิดชอบต่อความผิดทางอาญา”

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังแสดงข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้กฎหมายอภัยโทษที่เสนอกับกรณีนักโทษด้านมโนธรรมสำนึก

นับแต่เกิดวิกฤตการเมืองเมื่อปี 2548 ในประเทศไทยมีนักโทษด้านมโนธรรมสำนึกหลายคนที่ถูกตั้งข้อหาตามกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (มาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา) และ/หรือพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ถูกใช้เป็นพื้นฐานนำไปสู่การตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพระบุว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”

กฎหมายทั้งสองฉบับทำให้ประเทศไทยละเมิดต่อพันธกรณีด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ในส่วนที่เกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออก

“ควรมีการถอนข้อกล่าวหาทั้งปวงต่อผู้ที่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งสองฉบับ เพียงเพราะการแสดงออกทางการเมืองอย่างสันติ” เบนจามิน ซาวัคกีกล่าว “ผู้ที่ถูกคุมขังเหล่านี้ซึ่งถือเป็นนักโทษด้านมโนธรรมสำนึกเช่นเดียวกับที่อื่น ๆ ควรได้รับการปล่อยตัวทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังคงกระตุ้นให้ทางการไทยพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพื่อเป็นการปฏิบัติตามบรรทัดฐานและมาตรฐานระหว่างประเทศว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงออก หรือไม่เช่นนั้นก็ให้ยกเลิกกฎหมายไป

ประเทศไทยเป็นรัฐภาคีของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights-ICCPR) ซึ่งกำหนดหน้าที่ให้รัฐต้องสอบสวนและฟ้องร้องดำเนินคดีเมื่อมีข้อกล่าวหาว่ามีการละเมิดและเพื่อปกป้องเสรีภาพในการแสดงออก

จากข้อมูลในรายงานความคืบหน้าครั้งที่ 3 เมื่อเดือนมีนาคม 2555 ของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ซึ่งก่อตั้งขึ้นภายหลังเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ระบุว่า การสอบสวนของเจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมายทั้ง 261 คดีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลต่าง ๆ 650 คน อยู่ระหว่างการดำเนินการหรือสำเร็จลุล่วงแล้ว ส่งผลให้มีการจับกุม 290 ครั้ง และมีการสันนิษฐานว่าอย่างน้อยใน 16 คดีซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ที่ถูกสังหารในช่วงที่เกิดความรุนแรง 93 คน การเสียชีวิตเหล่านั้นเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของกองกำลังของรัฐบาล

รายงานยังเน้นย้ำข้อเสนอแนะของคอป.ให้มีการแก้ไขเนื้อหาที่สำคัญเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

“ในประเทศไทย ต้องยึดการรับผิดเป็นหลักเหนือกว่าการให้อภัยโทษ ภายหลังเกิดความรุนแรงขึ้น และควรมีการปล่อยตัวนักโทษด้านมโนธรรมสำนึกทุกคน” นายเบนจามิน ซาวัคกี กล่าว