เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาเผยว่า การที่ลูกเห็บตกในเขตนนทบุรีในช่วงที่ผ่านมานี้เกิดจากการที่อากาศร้อนจัดสะสมมาเป็นเวลานานในแถบนนทบุรีดันให้ก้อนเมฆยกตัวสูงขึ้นในแนวตั้งส่งผลให้ไอน้ำภายในเมฆบนชั้นบรรยากาศก่อตัวกลายเป็นน้ำแข็งรวมถึงจับตัวกันเป็นเมฆก้อนใหญ่และเมื่อก้อนเมฆดังกล่าวกระทบกับคลื่นความร้อนที่หนาแน่นกว่าจึงทำให้เกิดการตกลงมาเป็นเม็ดฝนและลูกมีเห็บปะปน ซึ่งคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นนี้เป็นคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลและจะหมดไปเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน
นายสมชาย กล่าวว่า ขณะนี้ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า กทม. จะมีลูกเห็บตกลงมาเช่นเดียวกับใน จ.นนทบุรีที่เกิดขึ้นในวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมาหรือไม่ แต่ให้เฝ้าจับตาในวันที่ 4-5 พฤษภาคมที่นับเป็นช่วงปลายของฤดูร้อนก่อนประเทศไทยจะเริ่มย่างเข้าสู่ฤดูฝนในวันที่ 6 พฤษภาค มโดยจากการคาดการณ์อากาศ ในวันที่ 4-5 พฤษภาคม พบว่า กทม. จะมีอุณภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 38-39 องศาเซลเซียส มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองลมกรรโชกแรงได้ถึง 30-40% เฉพาะพอย่างยิ่งช่วงเวลาบ่ายของวันในโซนพื้นที่ที่มีอากาศร้อนจัดสะสมมาเป็นเวลานานซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ฝนที่ตกในบางแห่งของ กทม. อาจมีลูกเห็บตกปะปนกับฝนลงมาส่วนในพื้นที่ปริมณฑลที่มีฝนตกลงมาโอกาสจะพบลูกเห็บตกอีกครั้งในช่วงระยะเวลานี้จะเท่ากับศูนย์
