ผู้บัญชาการเรือนจำนครศรีธรรมราช สั่งคุมเข้มผู้คุม-นักโทษ
นายสุรพล แก้วภราดัย ผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งให้มีการใช้เครื่องสแกนหาสิ่งผิดปกติตรวจสอบเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทุกคน ก่อนเข้าเรือนจำ ซึ่งเป็นวิธีป้องกันการลักลอบนำเข้าสิ่งของต้องห้าม หลังพบเจ้าหน้ามีส่วนรู้เห็นการนำโทรศัพท์มือถือ และยาเสพติด เข้าไปในเรือนจำ พร้อมระบุ ขณะนี้ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ คอยติดตามข้อมูลข่าวสารและสืบสวนถึงแหล่งซุกซ่อนของต้องห้ามภายในเรือนจำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการสืบสวนในทางลับ และจะเข้าตรวจค้นแบบจู่โจมทันที หากทราบว่าผู้ที่ถูกคุมขังนำสิ่งของที่ทางเรือนจำห้ามเข้าไปในเรือนจำอีก
ส่วนกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่เรือนจำตั้งขึ้น รวมถึงกรรมการตรวจสอบจากส่วนกลางกรมราชทัณฑ์ ได้เร่งตรวจสอบทั้งกรณีของที่มาสิ่งผิดกฎหมายภายในเรือนจำ ทั้งโทรศัพท์มือถือ ยาเสพติด และอาวุธ รวมถึงการเรียกรับผลประโยชน์จากนักโทษ เช่น เรียกเก็บเงินค่าถอดตรวน หรือที่รู้จักกันในกลุ่มนักโทษว่า "กินตรวน" ซึ่งมีรายงานว่า นักโทษหลายคนถูกเรียกรับเงินในการปลดโซ่ตรวน เส้นละ 3,000-5,000 บาท
ขณะที่พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กำลังเร่งขยายผลการสืบสวน หลังจากสามารถจับกุมหัวหน้าแก๊งที่รับจ้างขว้างโทรศัพท์มือถือเข้าไปภายในเรือนจำ ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้รับจ้างขว้างโทรศัพท์ครั้งละ 5-10 เครื่อง โดยได้รับค่าจ้างตั้งแต่ 50,000-100,000 บาท แต่ปัจจุบันใช้วิธีการจ้างกลุ่มวัยรุ่นให้ดำเนินการแทน ให้ค่าจ้างครั้งละ 20,000-30,000 บาท
