" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news04052012/83034-imagejpeg-120603.jpg
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเป็นตัวของตัวเองในการพิจารณาปรับคณะรัฐมนตรี โดยเสนอให้ปรับในกระทรวงที่เป็นปัญหาได้แก่กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงานที่ไม่สมารถแก้ไขปัญหาเรื่องสินค้าราคาแพง และปัญหาพลังงาน จนทำให้ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า แต่ไม่เห็นด้วยกับการที่จะปรับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เพราะเพิ่งแต่งตั้งให้ดูแลการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนกรณีที่จะมีการนำสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่พ้นโทษตัดสิทธิ์ทางการเมืองมาเป็นรัฐมนตรี ถือเป็นดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรี และเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในของรัฐบาลเอง
ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ไม่ขอวิจารณ์การที่สมาชิกบ้านเลขที่ 111 จะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเห็นว่าทุกคนเป็นผู้ที่มีความสามารถอยู่แล้ว ส่วนกรณีของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้นเห็นว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสม
ส่วนการประชุมสภาสถาบันพระปกเกล้าวันนี้ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องการกำหนดกรอบเวลาการเสวนาผลวิจัยปรองดองของคณะรัฐมนตรีที่มีมติให้กรมพัฒนาชุมชน เป็นผู้จัดเวทีสานเสวนาภายในกรอบเวลา 60 วัน โดยคณะกรรมการสถาบันพระปกเกล้ายังยืนยันในเจตนารมณ์เดิมที่จะไม่ให้กลุ่มองค์กรใดนำผลวิจัยการปรองดอง ไปอ้างอิงเพื่อใช้เป็นประโยชน์ให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากยังไม่มีข้อยุติจากการจัดเสวนาการปรองดองร่วมกันกับภาคประชาชนก่อน
