นายกฯสั่ง "พาณิชย์-เกษตรฯ" ดูแลสินค้าแพง-จัดมหกรรมสินค้าราคาถูก

การเมือง
12:25
จำนวนผู้ชม 25
Thai PBS
นายกฯสั่ง "พาณิชย์-เกษตรฯ" ดูแลสินค้าแพง-จัดมหกรรมสินค้าราคาถูก

การประชุมครม. ที่รัฐสภาวันนี้ ( 8 พ.ค.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตรึงราคาค่าโดยสารและราคาสินค้าบางชนิด พร้อมกำชับให้รัฐมนตรีดูแลแก้ปัญหาเพื่อลดค่าครองชีพให้กับประชาชน ขณะที่ 2 รองนายกรัฐมนตรีสำรวจราคาอาหารที่โรงอาหารในทำเนียบรัฐบาลแล้วระบุว่า "ราคาไม่แพงอย่างที่คิด"

หลังเสร็จภารกิจประชุม ครม.นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ พร้อมครอบครัว ได้ร่วมรับประทานอาหาร ภายในโรงอาหารหลังตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยรองนายกรัฐมนตรี ทั้ง 2 คนยอมรับว่า ถือโอกาสนี้สำรวจราคาอาหารสำเร็จรูป พร้อมระบุว่า ราคาอาหารไม่แพงอย่างที่คิด โดยราคารวม 150 บาท จากที่รับประทานกัน 5 คน

ส่วนผลการประชุม ครม. มีมติมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯวางมาตรการจำหน่ายสินค้าราคา ถูกผ่านเครือข่ายร้านค้า, สหกรณ์,โครงการธงฟ้า หรือ การจัดมหกรรมอาหารทั่วกรุงเทพ และ มหกรรมถูกทั้งแผ่นดิน เพื่อจำหน่ายสินค้าราคาถูก พร้อมประสานกระทรวงคมนาคม อุตสาหกรรมและมหาดไทย กำหนดภารกิจลงพื้นที่ดูต้นทุนการผลิตสินค้า จากสวน,จากฟาร์มและจากโรงงาน เพื่อดูแลราคาสินค้า และ การเปิดเจรจาราคาแนะนำ

พร้อมกันนั้น ครม.มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปเจรจากับผู้บริหารของ บมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BMCL เพื่อผ่อนผันการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้ารถใต้ดินออกไปก่อน จากสัญญาที่ต้องปรับในอัตรา 16 ถึง 40 บาท ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม ปี 2555 หรือต้องปรับขึ้นทุก 2 ปี

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับถึงมาตรการป้องกันสารเคมีระเบิดและเพลิงไหม้ โดยนำเหตุการณ์ที่โรงงานบีเอสที ภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง มาเป็นกรณีซักถามความปลอดภัยและความเสี่ยง โดยเห็นควรเสนอแผนป้องกันภัยเป็นรายไตรมาศหรือทุก 3 เดือน และ กำชับกระทรวงอุตสาหกรรม สำรวจความเสี่ยงของแต่ละโรงงานเพื่อปรับปรุงแผนให้แล้วเสร็จภายใน 5 วันนี้

มีรายงานว่า ครม. เห็นตรงกันว่า นายกรัฐมนตรีควรกำหนดการประชุม ครม.สัญจรนอกสถานที่ วันที่ 19 และ 20 พ.ค.นี้ และควรตอบรับการพิจารณาวาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2556 ในสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 21 และ 22 พ.ค.นี้ โดยย้ำว่า ยังไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมสภาทั่วไปเพราะอาจกลายเป็นเหตุผลให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านยึดโยงกับกระแสนิยมรัฐบาลที่ลดต่ำลง เตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ได้ไว้วางใจในต้นเดือน ส.ค.นี้ได้ และ เห็นตรงกันว่า การดึงกระแสนิยมของรัฐบาลให้ดีขึ้นจะอยู่ที่การปรับ ครม.ซึ่งอาจเกิดขึ้นต้นเดือน ส.ค.นี้