ตำรวจพาผู้ดูแลสุสานวัดไผ่เงินทำแผน
ตำรวจนำผู้ดูแลสุสานวัดไผ่เงินโชตนารามไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังยอมรับว่า ได้นำชิ้นส่วนทารกมาไว้ในโกดังจริง พร้อมซัดทอดถึงมารดาของผู้ต้องหาที่ถูกจับก่อนหน้านี้ว่า เป็นผู้ว่าจ้างตนเองให้นำชิ้นส่วนทารกมาทิ้งในโกดังมานานถึง 6ปีตำรวจควบคุมนายสุชาติ ภูมี และนายสุเทพ ชะบางบอน มาทำแผนประกอบรับสารภาพและชี้จุดเกิดเหตุภายในโกดังเก็บศพของวัดไผ่เงินโชตนาราม หลังศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติหมายจับทั้ง 2 คนในข้อหา ร่วมกันทำลายซ่อนเร้นพยานหลักฐานในการกระทำความผิดเพื่อช่วยให้ผู้อื่นไม่ให้รับโทษ โดยนายสุชาติได้รับสารภาพและซัดทอดถึงนางสมบัติ สิโนทก มารดาของน.ส.ลัญฉกร จันทมนัส ผู้ต้องหาที่เปิดสถานรับทำแท้งว่าก่อนหน้านี้ได้รับการว่าจ้างจากนางสมบัติให้นำชิ้นส่วนทารกมาไว้ที่โกดังเพื่อรอทำลาย โดยในขณะนั้นนางสมบัติได้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยแพทย์ที่คลินิคทำแท้งแห่งหนึ่งในย่านคลองตัน ซึ่งต่อมาน.ส.ลัญฉกรก็ได้ว่าจ้างให้นายสุชาติเพิ่มขึ้นอีก และพึ่งมารับงานจากน.ส.ลัญฉกรได้ประมาณปีเศษ ส่วนชิ้นส่วนทารกทั้งหมดได้มีการนำมาเก็บไว้ในโกดังรวมแล้วมานาน 5-6 ปีเพื่อรอเผาทำลาย แต่ที่ผ่านมายังไม่มีโอกาสทำให้มีกลิ่นเหม็นออกมา โดยตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทยอยนับชิ้นส่วนทารกที่อยู่ภายในโกดัง 9 และ 10 ซึ่งถูกพบใหม่เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (18พ.ย.) โดยรวมชิ้นส่วนทารกทั้งหมดนับตั้งแต่วันแรก 2,002 ชิ้นส่วน ซึ่งได้นำไปส่งให้นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ตรวจชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง
ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังสถานที่ 4 ประเภท ที่เสี่ยงต่อการลักลอบทำแท้งเถื่อน คือ คลินิกเสริมความงาม คลีนิกศัลยกรรม สถานบำบัดยาเสพติด และสถานที่รับปรึกษาวางแผนครอบครัว พร้อมเตรียมขยายผลสอบสวนเรื่องนี้เพื่อดำเนินคดีกับคลินิคหรือสถานรับทำแท้งเถื่อน ขณะเดียวกันตำรวจนครบาลหนองแขม ได้นำน.ส.ลัญฉกรไปขออนุญาตฝากขังต่อศาลจังหวัดตลิ่งชันในข้อหาเปิดสถานประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยตำรวจได้ยื่นคัดค้านการขอประกันตัว
