" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news21052012/86306-imagejpeg-125708.jpg
ก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า การวีดีโอลิงค์เรียกร้องให้กลุ่ม นปช.ที่ให้ลืมเหตุการณ์เพื่อสร้างความปรองดองของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการทำเพื่อให้บรรลุประโยชน์ของตนเองในการกลับประเทศไทยได้เร็วขึ้น
ส่วนการผลักดันกระบวนการปรองดองนั้น นายอภิสิทธิ์ ยืนยันที่จะสนับสนุน แต่ต้องไม่ทำเพื่อล้างความผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนที่รัฐบาลมีการใช้งบประมาณกว่า 400 ล้านบาท เพื่อนำไปสู่ความปรองดอง มองว่าการที่จะทำให้ประเทศเกิดความปรองดองได้ ปัจจัยหลักไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน แต่อยู่ที่ทัศนคติและขอให้ใช้เพื่อนำไปสู่ความปรองดองอย่าใช้เพื่อนำไปสู่ความแตกแยก
สำหรับกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา ร่วมกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ตรวจสอบพรรคประชาธิปัตย์กรณีการรับเงินบริจาคจาก บริษัท อีสท์วอเตอร์ แต่ไม่แสดงบัญชีไว้ในรายงานงบดุลของพรรค
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นตัวแทนการรับเงินบริจาคในสมัยเป็นรัฐบาล แถลงชี้แจงว่า เงินบริจาคของบริษัท อีสท์วอเตอร์ ได้ส่งผ่านพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะส่งต่อให้กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุกทกภัยสำนักนายกรัฐมนตรีโดยมีเอกสารใบเสร็จที่ถูกต้องเป็นหลักฐาน ซึ่งรวมถึงผู้บริจาคอีกหลายราย โดยทั้งหมด พรรคได้ออกเป็นแคชเชียร์เช็คเพื่อส่งเข้ากองทุน
นายสาทิตย์ ตั้งข้อสังเกตว่า มีความพยายามนำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นทางการเมืองควบคู่กับกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ สิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ที่อาจนำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทย เพื่อสร้างกระแสกดดันต่อรองในเชิงคดี
