“วิษณุ”เห็นพ้องฝ่ายค้าน หวั่นรัฐจัดงบฯ ทุ่มนโยบายประชานิยมเป็นการสร้างหนี้สาธารณะเพิ่ม

การเมือง
01:44
จำนวนผู้ชม 28
Thai PBS
“วิษณุ”เห็นพ้องฝ่ายค้าน หวั่นรัฐจัดงบฯ ทุ่มนโยบายประชานิยมเป็นการสร้างหนี้สาธารณะเพิ่ม

การอภิปรายร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 วันที่ 2 เป็นไปด้วยดี ขณะที่เนื้อหาสาระยังคงถูกฝ่ายค้าน ตั้งข้อสังเกตถึงการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ได้แก้ปัญหา และมีการตอบแทนทางการเมือง ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของอดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่ห่วงว่าการจัดสรรงบประมาณหมดไปกับนโยบายประชานิยม และเป็นการสร้างหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น

นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แสดงความห่วงใยระหว่างกล่าวเปิดงานสัมมนาเรื่อง "ความห่วงใย นโยบายประชานิยม" ของกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน วุฒิสภา โดยเห็นว่าการจัดสรรงบประมาณ ที่ทุ่มไปกับนโยบายประชานิยม ล้วนเป็นภาระของรัฐที่ต้องแบกรับรายได้มาชดเชยส่วนที่ใช้ไป ผ่านการขึ้นภาษี และการกู้เงิน พร้อมตั้งข้อสังเกตของนโยบายจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุชุมนุมทางการเมือง กว่า 7 ล้านบาท ว่าอาจเข้าข่ายผิดกฏหมาย และซ้ำรอยคดีหวยบนดิน เนื่องจากไม่มีความชัดเจนที่มาของงบประมาณที่นำไปใช้ และไม่มีกฎหมายรองรับการจ่ายเงิน

การตั้งข้อสังเกตดังกล่าว สอดคล้องกับความเห็นของ ส.ส.ฝ่ายค้าน ที่ตั้งข้อสังเกตการจัดสรรงบประมาณเป็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจ, สังคม, การเมือง และการสร้างความปรองดองได้ โดยเฉพาะการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556 ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ตั้งกรอบไว้กว่า 460,000 ล้านบาท เป็นการทุ่มงบประมาณไม่ได้ตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพการศึกษา และกลับทุ่มไปที่การแจกแท๊บเล็ต

เช่นเดียวกับการจัดสรรงบประมาณ 180,000 ล้านบาท ให้กระทรวงกลาโหม ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตเช่นกันว่า เป็นการจัดสรรงบประมาณเพื่อการตอบแทนทางการเมือง ฝ่ายค้าน ยังอภิปรายถึงการจัดสรรงบประมาณจำนวนมากที่ขาดความเข้าใจ และการจัดลำดับความสำคัญ โดยเฉพาะกับภาคประชาชน ที่ไม่ได้สานต่อนโยบายฉโนดชุมชนให้ต่อเนื่อง โดย รัฐบาล ย้ำว่า จะเดินหน้าโครงการจัดสรรที่ดินให้เป็นรูปธรรมต่อไป และจะมีความชัดเจนในปีนี้ที่จะให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินแก่ประชาชน ขณะที่ ภาพรวม ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ต่างอภิปรายสนับสนุนการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 9 ด้านของรัฐบาล โดยเฉพาะการสร้างรากฐานการพัฒนาประเทศ การสร้างความปรองดอง, การป้องกันปราบปรามยาเสพติด และการบริหารจัดการน้ำ

ขณะที่การประชุมที่เป็นไปด้วยดีตลอด ทั้ง 2 วันที่ผ่านมา ทำให้คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลคาดการณ์ว่า การพิจารณาวันสุดท้ายวันนี้ (23 พ.ค.) จะลงมติรับหลักการในวาระแรกได้ประมาณ 15.00 น.