" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news28052012/87780-imagejpeg-127845.jpg
จากการที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฉบับใหม่ได้ประกาศใช้และส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ จากการเพิ่มกลไกและเครื่องมือใหม่ ๆ ในการต่อต้านการทุจริตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ได้จัดสัมมนาการปฏิรูปกฎหมายเพื่อให้สาธารณชนมีความเข้าใจกฏหมาย ป.ป.ช.ฉบับใหม่ สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนให้ร่วมกันต่อต้านการทุจริต
นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2543 ถึงปัจจุบัน ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดในคดีการทุจริต ทั้งทางวินัยและอาญา รวม 467 เรื่อง กรณีชี้มูลว่าร่ำรวยผิดปกติ 7 เรื่อง และถอดถอนนักการเมือง 2 เรื่อง ขณะที่คดีเกี่ยวกับการละเว้นการฏิบัติหน้าที่ตามกฏหมายอาญามาตรา 157 ที่เข้าสู่การพิจารณา มีกว่า 5,000 เรื่อง ที่กำลังดำเนินการสอบสวนอยู่
กฏหมายป.ป.ช.ฉบับใหม่ที่แก้ไขจะส่งผลให้ ป.ป.ช.ทำงานได้เร็วขึ้น สามารถเรียกข้อมูลจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ทั้งร้องขอให้ตำรวจมาคุ้มครองพยานได้ โดยคดีที่เห็นได้ชัดจากผลของกฎหมาย ป.ป.ช.ฉบับนี้ก็คือ คดีร่ำรวยผิดปกติของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งสามารถตรวจสอบที่มาของเงินจนกระทั่งอายัดทรัพย์สินนายสุพจน์ได้
ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง โดยไม่มีอำนาจเนื่องจากไม่มีกฎหมายรับร
