จับผู้ต้องหาขบวนการทุจริตสอบตำรวจเพิ่ม

ภูมิภาค
02:33
จำนวนผู้ชม 5
Thai PBS
จับผู้ต้องหาขบวนการทุจริตสอบตำรวจเพิ่ม

การทุจริตสอบแข่งขันเข้ารับข้าราชการตำรวจชั้นประทวนที่ได้เบาะแสผู้ทุจริตในการสอบนับร้อยราย ขณะนี้ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมเครือข่ายผู้ร่วมทุจริตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มีควบคุมตัวผู้ต้องหา ที่เป็นรองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเชียงม่วน จังหวัดพะเยา มาให้ปากคำ

ตำรวจภูธรภาค 5 ควบคุมตัว ร.ต.ต.เพชร พรหมทวีพร รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเชียงม่วน จังหวัดพะเยา และนายธีรศักดิ์ นันทะเสน อายุ 48 ปี ชาวอำเภอภูเวียง จังหวัดน่าน ไปสอบสวน หลังตกเป็นผู้ต้องหาร่วมขบวนการทุจริตสอบเข้ารับราชการตำรวจชั้นประทวน หรือ นายสิบตำรวจ สนามสอบจังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน

จากการสอบสวนทั้ง 2 คนสารภาพว่า เป็นนายหน้าติดต่อกลุ่มผู้ที่ต้องการจะสอบนายสิบตำรวจ โดยใช้วิธีโอนเงินค่าใช้จ่ายผ่านบัญชีธนาคาร ก่อนส่งเงินทั้งหมดให้กับตัวการใหญ่ ซึ่งแม้ขณะนี้ตำรวจจะทราบตัวแล้ว แต่มีรายงานว่าตัวการใหญ่รายนี้หลบหนีออกจากพื้นที่ไปแล้ว

สำหรับการจับกุมครั้งนี้เป็นการขยายผลหลังตำรวจจับกุมผู้ร่วมขบวนการทุจริต 2 คน เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งทำหน้าที่จัดหาอุปกรณ์เครื่องรับสัญญาณ และเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ โดยเรียกค่าใช้จ่ายเบื้องต้นคนละ 30,000 บาท หากสอบได้ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 350,000 บาท

ส่วนการขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการทุจริตการสอบในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3 พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สามารถติดตามผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการทุริตข้อสอบได้รวม 10 คน โดยเฉพาะผู้ต้องหา 3 คนที่เข้ามอบตัวล่าสุด คือ พ.อ.อ.สามารถ ยอดเชื้อ นางจุฬาลักษณ์ ศรีพรมมาศ และ น.ส.นิภาภรณ์ ใจบุญ โดยทั้งหมดรับสารภาพว่าได้รับการชักชวนจากนายวิบูลย์ศักดิ์ แสนจักร ให้หาผู้สมัครเพื่อทุจริตการสอบ แลกกับข้อสอบที่ได้รับฟรีหากหาผู้สมัครไปใช้บริการได้อย่างน้อย 7 คน

ขณะที่ พล.ต.ต.จักรทิพย์ โหละสุตสกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบชุดกระดาษคำถาม - คำตอบข้อสอบ ของผู้ที่เข้าสอบ เพื่อตรวจสอบหาพิรุธในกระดาษข้อสอบ พบว่ามีพิรุธการจดตัวเลข สระ และวรรณยุกต์ คล้ายเป็นการถอดรหัสตามคำให้การของผู้สมัครสอบที่ถูกจับได้ และหนึ่งในผู้ต้องหาได้ให้การไว้ รวมทั้งสิ้นจำนวน 149 ชุด หรือผู้เข้าสอบ 149 ราย จากทั้งหมดกว่า 36,000 ชุด ซึ่งตำรวจจะมีการเรียกตัวผู้ที่ทำข้อสอบเหล่านั้น พร้อมเรียกผู้ปกครองมาสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตข้อสอบในครั้งนี้หรือไม่ และหากพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการทุจริตข้อสอบก็จะถูกตัดสิทธิการสมัครสอบเข้ารับข้าราชการทุกกรณี เช่นเดียวกับกลุ่มผู้สมัครที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้