ตร.ภูเก็ต เร่งเก็บหลักฐานจากกล้อง หาคนร้าย ฆ่าชิงทรัพย์ชาวออสซี่

อาชญากรรม
09:12
จำนวนผู้ชม 55
Thai PBS
 ตร.ภูเก็ต เร่งเก็บหลักฐานจากกล้อง หาคนร้าย ฆ่าชิงทรัพย์ชาวออสซี่

เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจหาหลักฐานบริเวณถนนหน้าโรงแรมกะตะธานี ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต เพิ่มเติม หลังนางมิเชล อลิซาเบธ นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย ถูกชายวัยรุ่น 2 คน จี้ชิงทรัพย์ และทำร้ายจนเสียชีวิตเมื่อ 2 วันก่อน ส่วนนาง ลิน แทมมี่ ลี เพื่อนที่มาด้วยกันถูกฟันแขนบาดเจ็บสาหัส

พันตำรวจเอกพีรยุทธ การเจดีย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ภูเก็ต เปิดเผยความคืบหน้าของคดีว่า ได้นำพนักงานสอบสวนทุกสถานีใน จ.ภูเก็ตมาสรุปข้อมูล จากกล้องวงจรปิดทุกพื้นที่ หลังพบว่าคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนดาดรีมเป็นพาหนะในการก่อเหตุ

นอกจากนี้ยังนำแฟ้มประวัติผู้ที่พ้นโทษ ทั้งคดีลักทรัพย์ และ ทำร้ายร่างกาย มาตรวจสอบ ขณะที่พลตำรวจเอก ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีด้วยเอง พร้อมกับมั่นใจว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างแน่นอน

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 20 ที่ผ่านมา ขณะที่นางอลิซาเบธ และ นางแทมมี่ ลี กำลังเดินกลับที่พัก มีวัยรุ่นสองคนขี่รถจักรยานยนต์ประกบ และพยายามกระชากกระเป๋า แต่นางอลิซาเบธต่อสู้ คนร้ายจึงใช้มีดสปาตาร์ แทงบริเวณหน้าอกตัดขั้วหัวใจ ขณะที่นางแทมมี่ ลี พยายามเข้าช่วยเหลือ ถูกคนร้ายฟันที่แขนบาดเจ็บสาหัส ส่วนนางอลิซาเบธ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายสมบัติ อติเศรษฐ์ ประธานกรรมการโรงแรมกะตะธานีบอกว่า นักท่องเที่ยวทั้ง 2 คน เป็นตัวแทนบริษัทนำเที่ยวของประเทศออสเตรเลีย และอยู่ระหว่างเตรียมพากรุ๊ปทัวร์มาเที่ยว หลังเกิดเหตุตัวแทนบริษัทดังกล่าว จึงตัดสินใจยกเลิกโปรแกรมท่องเที่ยว จ.ภูเก็ตทั้งหมด รวมทั้งเกรงว่าเหตุที่เกิดขึ้นจะกระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ

ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า พื้นที่หาดกะตะ หาดกะรน มักเกิดเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่น ชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวบ่อยครั้ง โดยช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวถูกจี้ชิงทรัพย์ไปแล้วกว่า 10 ราย ส่วนความคืบหน้ากรณีนางสาวโนเอมิ และนางสาวออเดรย์ เบเลนเจอร์ สองพี่น้องนักท่องเที่ยวชาวแคนาดา เสียชีวิตในห้องพักบนเกาะพีพี จ.กระบี่โดยไม่ทราบสาเหตุ ล่าสุดพันตำรวจตรีจงรักษ์ พิมพ์ทอง รองผู้กำกับการสถานีตำรวจเมืองกระบี่ เปิดเผยว่าขณะนี้ทราบแล้วว่า นายลูเซโน่ ตินโต นักท่องเที่ยวชาวโปรตุเกส ซึ่งพักในโรงแรมเดียวกันเป็นผู้ประคองพี่สองทั้งสองคนมาส่งที่ห้องพักก่อนเสียชีวิต

ล่าสุดทราบว่า นายลูเซโน่ได้เดินทางกลับประเทศโปรตุเกสแล้ว ซึ่งนายลูเซโน่อยู่ในข่ายเป็นเพียงพยานแวดล้อม ที่เจ้าหน้าที่ต้องการสอบถามเท่านั้น ไม่ได้อยู่ในข่ายต้องสงสัยเนื่องจากไม่ได้เป็นคดีฆาตกรรม โดยเฉพาะประเด็นอาหารที่ผู้ตายทั้งสองกิน ส่วนสาเหตุที่แท้จริงต้องรอผลจากการชันสูตรศพอีกครั้ง