ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดีแก้รัฐธรรมนูญ 13 ก.ค.นี้
วันที่ 2 ของการพิจารณาคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นการไต่สวนผู้ถูกร้อง โดยที่ประชุมตุลาการได้มีการหารือในกรณีที่นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ,นายสุพจน์ ไข่มุกด์ และ นายนุรักษ์ มาประณีต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ขอถอนตัวออกจากการพิจารณาคดี เพราะถูกคัดค้านว่า อยู่ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 แต่ที่ประชุมไม่อนุญาตเพราะเห็นว่าไม่มีเหตุจำเป็นทำให้การพิจารณาดำเนินการต่อไปโดยมีคณะตุลาการร่วมพิจารณา 8 คน หลังนายจรัญ ภักดีธนากุล ถอนตัวจากองค์พิพากษาคดีนี้ไปแล้ว
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ถูกฝ่ายผู้ร้องนำกรณีคลิปเสียงที่พูดในงานวันเกิดมาซักถามในเจตนาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งนายสมศักดิ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม อย่างไรก็ตามนายสมศักดิ์ ยอมรับว่า เสียงในคลิปเป็นของตัวเองจริง นอกจากนี้ยังระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎระเบียบข้อบังคับที่บัญญัติไว้ โดยการทำหน้าที่ทุกครั้งไม่เคยมีใบสั่งให้ทำงานปฏิบัติหน้าที่เพียงกำกับการประชุมให้เป็นระเบียบเรียบร้อยไม่ได้ก้าวล่วงไปในกระบวนการใด ๆ ทั้งสิ้น
นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา ในฐานะพยานผู้ถูกร้องชี้แจงต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโดยเปรียบเทียบกระบวนการได้มาซึ่ง ส.ส.ร. ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการเดียวกับ ส.ส.ร. ปี 2550 พร้อมเชื่อว่า หากศาลพิจารณาด้วยความเป็นกลาง ไม่วินิจฉัยเรื่องอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้นจะทำให้สำนวนตกไปปัญหาต่าง ๆ จะไม่เกิดขึ้น แต่เชื่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาด้วยความเป็นธรรม
ฝ่ายผู้ร้องนำโดยนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา ได้พยายามซักค้านและถามในประเด็นเจตนาการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และ อ้างถึงการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยระบุถึงความใกล้ชิดกับกลุ่มบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง และผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบัน ซึ่งนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนท์ ประธานรัฐสภา ถูกซักถามย้ำในสองประเด็นนี้ แม้ว่าจะปฏิเสธในข้อกล่าวหาของผู้ร้อง
สำหรับขั้นตอนต่อไปตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะนัดประชุมประมวลข้อมูลข้อเท็จจริงร่วมกัน หลังจากนั้นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละคนจะเขียนคำวินิจฉัยคดีส่วนตัว และสุดท้ายจะเรียกประชุมเพื่อลงมติเป็นคำวินิจฉัยกลาง ก่อนอ่านคำวินิจฉัยต่อผู้ร้องและผู้ถูกร้องในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้
