กลุ่ม ส.ส.และส.ว.กว่า 400 คน มีมติค้านคำสั่งศาล รธน.ระบุเป็นการแทรกแซงนิติบัญญัติ
ผู้ถูกร้องในคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งตัวแทนคณะรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และ ฝ่ายผู้ร้อง ทั้ง 5 คำร้อง เดินทางไปยื่นคำแถลงปิดคดีที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากตุลาการกำหนดให้วานนี้ (11 ก.ค.) เป็นวันส่งคำแถลงปิดคดี โดยทั้ง 2 ฝ่ายเชื่อมั่นว่าคำแถลงปิดคดี และมั่นใจต่อการตัดสินของตุลาการไม่ว่าจะออกมาในแนวทางใด
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ร้อง ระบุว่า คำแถลงปิคดีทั้ง 5 คำร้อง มีเนื้อหาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ การชี้ให้เห็นถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีเจตนาล้มล้างการปกครอง แต่หากผลการวินิจฉัยของศาลให้ยกคำร้องก็พร้อมน้อมรับการตัดสิน
ด้านพลตรีจำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ชะลอการตัดสินคดีในวันศุกร์นี้ (13 ก.ค.) ออกไปก่อน เพราะเห็นว่าควรนำคำร้องกรณียื่นถอดถอน ส.ส.และส.ว.ที่ได้ร้องไว้ มาพิจารณาในคราวเดียวกัน
ขณะที่รัฐสภา ได้มีการประชุมร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการของ ส.ส.และ ส.ว.416 คน หลังได้รับคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้ทำคำชี้แจงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ถูกร้องให้ถูกถอดถอนกรณีการลงมติสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีฝ่ายกฎหมายรัฐสภาร่วมให้คำแนะนำ ขณะที่ที่ประชุมมีข้อสรุปตรงกันว่า จะไม่รับฟังคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากการลงมติสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการใช้สิทธิ์ให้ความเห็นตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดในฐานะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ การออกคำสั่งของศาลจึงถือว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และเป็นการแทรกแซงการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยที่ประชุมมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และฝ่ายกฎหมาย ส่งคำชี้แจงแทน ส่วนบุคคลอื่นที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมจะส่งคำชี้แจงหรือไม่ถือเป็นสิทธิ์ส่วนตัว
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ระบุถึงการเตรียมรับสถานการณ์ในวันตัดสินคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ไม่ให้ตั้งอยู่ในความประมาท และมีความพร้อมรับสถานการณ์ก่อนวันศุกร์นี้ (11 ก.ค.) รวมทั้งต้องระวังมือที่สามที่จะเข้ามาสร้างสถานการณ์ให้เกิดการกระทบกระทั่งของมวลชนด้วย เบื้องต้นทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้เตรียมกำลังตำรวจไว้ประมาณ 13 กองร้อย หรือกว่า 1,000 นาย คอยดูแลสถานการณ์
