กระแส #saveทับลาน กำลังเป็นที่พูดถึงในสังคมวงกว้าง ชื่อหนึ่งที่ปรากฏอย่างคุ้นตาคือหน่วยงานที่ชื่อ ส.ป.ก. หรือ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หน่วยงานนี้มีหน้าที่อะไร ? เหตุใดจึงเป็นตัวละครสำคัญในกรณีขัดแย้งระหว่างการอนุรักษ์ ชาวบ้าน และเอกชน
ส.ป.ก. เจตนารมณ์ปฏิรูปที่ดินเพื่อให้คนมีกิน
ส.ป.ก. มีจุดกำเนิดมาจากเหตุชุมชนทางการเมืองครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ นั่นคือ “14 ตุลา 2516” ซึ่งมีการเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร จากที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทุน ส่งผลให้เกิด พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ขึ้นในปี 2518 และมีการก่อตั้งหน่วยงานนี้ในเวลาต่อมา
หลักการโดยทั่วไปของการจัดสรรที่ดินของ ส.ป.ก. คือการจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินของตัวเอง หรือมีเพียงน้อยนิดจนไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตได้
ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับที่ดินจึงได้แก่ กลุ่มเกษตรกรเป็นหลัก ต่อมามีการปรับข้อกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย แต่เจตนารมณ์แท้จริง ยังคงเป็นเรื่องของการจัดสรรที่ดินเพื่อให้ “ชาวบ้านที่มีทำกินอยู่”
ส.ป.ก. มีเกณฑ์จัดสรรที่ดินอย่างไร ?
คนที่จะมีสิทธิยื่นคำขอคัดเลือกเพื่อรับการจัดสรรที่ดินจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน โดยมีการระบุไว้ในระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ดังต่อไปนี้
1. มีสัญชาติไทย
2. เป็นเกษตรกร
3. บรรลุนิติภาวะแล้ว หรือเป็นหัวหน้าครอบครัว
4. ไม่มีที่ดินทำกินทั้งของตัวเองและคนในครอบครัว หรือมีเพียงเล็กน้อย ไม่เพียงพอ (ที่ดินที่มีอยู่เมื่อรวมกับที่ขอรับแล้วต้องไม่เกิน 50 ไร่ หรือ 100 ไร่แล้วแต่กรณี)
5. ยินยอมปฏิบัติตามระเบียบของ ส.ป.ก.
6. ไม่เป็นบุคคลทุพพลภาพ หรือมีจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ
7. ไม่เคยได้รับการจัดสรรที่ดินจาก ส.ป.ก. หรือหน่วยงานรัฐอื่น ๆ หรือมีการโอนที่ดินทั้งหมดออกไป ในระยะเวลา 5 ปี ก่อนยื่นขอรับจัดสรรที่ดิน ยกเว้นจากการโอนที่ดินเป็นไปด้วยเหตุจำเป็น หรือประโยชน์สาธารณะ
ในส่วนของกระบวนการพิจารณา ขึ้นอยู่ที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดของแต่ละพื้นที่ โดยมีการพิจารณาตรวจสอบตามคุณสมบัติ เช่น ความเป็นเกษตรกร โดยจะยึดตาม พระราชกฤษฎีกา กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเป็นเกษตรกร พ.ศ. 2535 ได้แก่ ผู้ยากจน ผู้จบการศึกษาด้านเกษตรกรรม หรือบุตรของเกษตรกร รวมถึงข้อเท็จจริงอื่น ๆ โดยมีอำนาจเรียกดูพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้
เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการพิจารณา จะมีการเสนอให้ผู้มีอำนาจ ลงนามหนังสืออนุญาตเป็นที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบถือครองที่ดิน หรือสิทธิเช่าที่ดิน โดยมีการกำหนดให้เพื่อประโยชน์ด้านการเกษตรเท่านั้น ไม่สามารถซื้อขายหรือให้เช่าได้ หากมีการซื้อขายตามกฎหมายแล้วจะถือเป็นโมฆะ
อย่างไรก็ตาม ข้อกฎหมายยังคงมีการระบุเป็นกรอบกว้าง โดยให้ที่ดินกับหน่วยงาน และบุคคลที่ทำงานเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดินไว้ด้วย ฉะนั้นในทางปฏิบัติ จึงยังคงมีช่องโหว่ และพบกรณีที่ที่ดินไม่ได้ถูกใช้ตามเจตนารมณ์เดิมทั้งหมด ดังที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่เป็นระยะ
ที่ ส.ป.ก. ที่ทำกินของใคร ?
เมื่อเจาะมาที่การทำงานของส.ป.ก. ที่มีหน้าที่หลักในการจัดสรรที่ดินเพื่อให้เกษตรกรและคนยากจน หน่วยงานนี้จึงมีอำนาจเป็น “ตัวกลาง” ให้คนได้ถือครองที่ดิน ทว่าที่ผ่านมากลับพบการทุจริตเกิดขึ้น
กรณีมีการพิพากษาแล้วได้แก่ “สปก.4-01” ช่วงปี 2538 ซึ่งมีการแจกที่ดินให้กับเกษตรกรยากจน แต่กลับปรากฏชื่อเศรษฐีและกลุ่มนายทุนที่มีความใกล้ชิดกับนักการเมืองมากกว่า 10 ราย ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ พบรายชื่อผู้มีสิทธิในที่ดินดังกล่าวมาจาก 11 ตระกูลดัง จึงได้มีการเพิกถอนสิทธิ์ในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายกรณีที่เกิดเป็นคดีและข้อพิพาท โดยมีชื่อเกี่ยวข้องกับบุคคลทางการเมือง และกลุ่มทุนต่าง ๆ ในลักษณะของการทุจริตในพื้นที่ใกล้อุทยาน
อย่างไรก็ตาม การทำงานของ ส.ป.ก.ในพื้นที่อุทยานที่ไม่ได้มีข้อพิพาท ยังคงมีการทำงานในลักษณะของการให้เกษตรกรมาขอออกโฉนดตามขั้นตอนปกติ

Saveทับลาน ทับความขัดแย้ง “ส.ป.ก. – กรมอุทยานฯ”
#saveทับลาน สำหรับกรณีขัดแย้งล่าสุด กรมอุทยานมีหน้าที่อนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ ขณะที่ ส.ป.ก. มีหน้าที่ในการจัดสรรพื้นที่ให้แก่ประชาชน ฉากหน้าของความขัดแย้งจึงเป็นเรื่องของการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตร เรื่องนี้จุดเริ่มต้นมาจากการประกาศเขตอุทยาน 2524 ซึ่งมีเขตที่ทับซ้อนกับพื้นที่ที่ชาวบ้านอาศัยอยู่ก่อน การปรับเขตพื้นที่จึงเกิดขึ้นในเขตพื้นที่อุทยาน ตั้งแต่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขาใหญ่ และล่าสุดกับอุทยานแห่งชาติทับลาน
ความพยายามในการที่จะทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ตามความชอบธรรมของตน ทั้ง ส.ป.ก. และฝ่ายประชาชนได้มีการจัดสรรพื้นที่ทำกินอย่างถูกต้องชอบธรรม ฝ่ายกรมอุทยานแห่งชาติ และกลุ่มอนุรักษ์ได้รักษาผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงสามารถป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบได้
หนทางหนึ่งที่จะลดความชัดแย้งเกิดขึ้นตอนนี้คือแนวคิด “หนึ่งพื้นที่ หนึ่งหน่วยงานรับผิดชอบ” (One Land One Law) นำมาซึ่งการปรับแผนที่ในชื่อ “การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map)” โดยมีกระบวนการพิจารณาปรับเขตแดนในแต่ละพื้นที่ และมีขั้นตอนของการรับฟังความเห็นดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ปลายทางของกระบวนการนี้คือ ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
การทำให้สังคมไปถึงอุดมคติของการปฏิรูปที่ดิน ทั้งในส่วนของการมีพื้นที่ทำกิน และมีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ จำเป็นจะต้องอาศัยสังคมที่ประชาชนต่างรู้เท่าทัน รับฟังเสียงจากหลายฝ่าย และตื่นรู้ต่อการทำงานที่จะมีผลต่อทรัพยากรของชาติ
อ้างอิง
ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
พระราชกฤษฎีกา กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเป็นเกษตรกร พ.ศ. 2535
การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map)
"บิ๊กเต่า" ลุยจับ 4 ส.ป.ก.โคราชเอี่ยวทุจริตออกใบอนุญาตให้นายทุน
สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน








