ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ความหวังผู้พิการทางสายตา เปิดตัว "จอประสาทตาเทียม" แบบใหม่ ขยายการมองเห็นถึงอินฟราเรด

10 มิ.ย. 683 นาที10 มิ.ย. 68

ทีมนักวิทยาศาสตร์ของจีนเปิดตัวการผ่าตัดฝัง "จอประสาทตาเทียม" แบบใหม่ ซึ่งนอกจากอาจฟื้นฟูการมองเห็นให้ผู้พิการทางสายตา ยังอาจเพิ่มความสามารถมองเห็นแสงอินฟราเรดที่อยู่นอกเหนือขอบเขตการมองเห็นของมนุษย์ปกติทั่วไปอีกด้วย

ขนาดตัวอักษร

ทีมนักวิทยาศาสตร์ของจีนเปิดตัวการผ่าตัดฝัง "จอประสาทตาเทียม" แบบใหม่ ซึ่งนอกจากอาจฟื้นฟูการมองเห็นให้ผู้พิการทางสายตา ยังอาจเพิ่มความสามารถมองเห็นแสงอินฟราเรดที่อยู่นอกเหนือขอบเขตการมองเห็นของมนุษย์ปกติทั่วไปอีกด้วย

ผลการศึกษาจากวารสารไซเอนซ์ (Science) เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 68 ระบุวิธีการที่เส้นใยนาโนเทลลูเรียม (tellurium nanowire) ที่บางเป็นพิเศษสามารถทดแทนเซลล์รับแสงที่เสียหายในดวงตาของหนูทดลองตาบอด และแปลงคลื่นแสงใกล้อินฟราเรดเป็นสัญญาณไฟฟ้าที่สมองของลิงแม็กแคก (Macaque) สามารถตีความเป็นภาพที่มองเห็นได้

ความเป็นไปได้และแนวโน้มความปลอดภัยสูงของเทคโนโลยีใหม่ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาการมองเห็นเทียม ซึ่งอาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ป่วยที่สูญเสียการมองเห็นหรือป่วยโรคจอประสาทตา 200 ล้านคนทั่วโลก

ผู้พิการทางสายตาใช้ไม้เท้าขาวช่วยนำทาง

ทีมนักวิจัยจากนครเซี่ยงไฮ้ได้ทดสอบอุปกรณ์กับหนูทดลองตาบอด ซึ่งกลับมามีปฏิกิริยาตอบสนองในรูม่านตาและกระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาทในเปลือกสมองส่วนการเห็น ทำให้พวกมันสามารถทำแบบทดสอบจำแนกรูปแบบการมองเห็นได้มีประสิทธิภาพเกือบเทียบเท่ากับหนูปกติ

นอกจากนี้ยังมีการฝังอุปกรณ์ดังกล่าวในลิงแม็กแคกสำเร็จ ซึ่งสะท้อนว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีความปลอดภัยและความสามารถในการตรวจจับคลื่นแสงใกล้อินฟราเรดระยะ 1,550 นาโนเมตร

สำหรับผู้ป่วยโรคตาขั้นรุนแรง เช่น โรคจุดภาพชัดเสื่อม การมองเห็นแสงอินฟราเรดอาจช่วยให้มองเห็นในที่แสงน้อยและมืดตามหลักการ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวอาจเป็นประโยชน์อย่างมากในสภาวะแสงน้อย

จางเจียอีจากมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ซึ่งเป็นหนึ่งในนักวิจัยหลัก กล่าวว่าเส้นใยนาโนมีความบางเฉียบอย่างน่าทึ่งมาก มันบางกว่าเซลล์รับแสงเทียมรุ่นก่อนหน้าประมาณ 10 เท่า ทำให้ปลูกถ่ายได้ง่ายขึ้นและเข้ากันกับโครงสร้างที่บอบบางของดวงตาได้ดีกว่า

การปลูกถ่ายจอประสาทตาเทียมนี้อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมด้วยเป็นขั้นตอนเดียวที่มีการรุกรานเข้าสู่ร่างกายน้อยที่สุดและสามารถฟื้นคืนกลับสู่สภาพเดิมได้ ทั้งยังช่วยฟื้นคืนการมองเห็นตามธรรมชาติโดยไม่ต้องสวมแว่นตาหนาเตอะหรือชาร์จไฟบ่อย ๆ

ทีมนักวิจัยได้ออกแบบเส้นใยนาโนสำหรับจอประสาทตาโดยใช้เทลลูเรียม ซึ่งเป็นธาตุที่มีความไวต่อแสงสีขาวเงินที่ใช้เป็นสารกึ่งตัวนำ (semiconductor) และสานเข้ากันจนกลายเป็นโครงข่ายตาข่ายแบบปลูกถ่ายได้ โดยแมตเทีย มาโรโซ บรรณาธิการวารสารฯ ชี้ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวแสดงความเข้ากันได้ทางชีวภาพที่ดีและไม่จำเป็นต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก

คณะนักวิจัยสำทับว่าการศึกษากับสัตว์ที่ประสบความสำเร็จครั้งนี้จะปูทางสู่การทดลองกับมนุษย์ในอนาคต และยังเสนอแนวทางที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพมากกว่า และครอบคลุมกว่าเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน

มาโรโซทิ้งท้ายว่าอุปกรณ์ดังกล่าวอาจช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของอุปกรณ์จอประสาทตาเทียมที่ช่วยฟื้นฟูการมองเห็นให้ผู้พิการทางสายตาและผู้มีปัญหาการมองเห็นอย่างมีนัยสำคัญ


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : english.news, Xinhua

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

"เซบา บาสตี้" นิสิตสาขาวิชาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ ม.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover

บทความที่เกี่ยวข้อง

รู้จัก “กาฬโรค” เพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมือ-ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นวิทยาศาสตร์

รู้จัก “กาฬโรค” เพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมือ-ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น

การเสียชีวิตของหญิงอายุ 28 ปี ซึ่งทำงานในห้องปฏิบัติการต่อต้านโรคระบาดในรัสเซีย ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสาเหตุของอาการป่วยของเธอ โดยอาจเกี่ยวกับกับโรคกาฬโรคปอด

06 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
“ลูกเห็บหลงฤดู” เหตุการณ์ลูกเห็บตกกลางกรุง เมื่อ 1 ต.ค. 69วิทยาศาสตร์

“ลูกเห็บหลงฤดู” เหตุการณ์ลูกเห็บตกกลางกรุง เมื่อ 1 ต.ค. 69

พาไปรู้จัก “ลูกเห็บหลงฤดู” จากเหตุการณ์ลูกเห็บตกกลางกรุง เมื่อ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งจะเกิดจากสาเหตุใดนั้น ตามมาอ่านความรู้จาก อาจารย์บัญชา ธนบุญสมบัติ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ซึ่งให้สัมภาษณ์กับทางรายการวันใหม่ ไทยพีบีเอส กันได้เลย

02 ต.ค. 69|5 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
สาเหตุการสูญพันธุ์ใหญ่ที่สุด : ผลวิจัยใหม่วิทยาศาสตร์

สาเหตุการสูญพันธุ์ใหญ่ที่สุด : ผลวิจัยใหม่

ผลการศึกษาวิจัยใหม่ สาเหตุการสูญพันธุ์ใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อ 252 ล้านปีก่อน เป็นผลการศึกษาวิจัยส่งสัญญาณเตือนโลกปัจจุบันว่า กำลังเดินซ้ำรอยประวัติศาสตร์การสูญพันธุ์ใหญ่ที่สุดนั้น

27 ก.ย. 69|27 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
    ความหวังผู้พิการทางสายตา เปิดตัว "จอประสาทตาเทียม" แบบใหม่ ขยายการมองเห็นถึงอินฟราเรด | Thai PBS Sci & Tech