ประเทศไทยมีการเลือกตั้งมาทั้งหมด 28 ครั้ง จะเห็นได้ว่าทุกการเลือกตั้งนั้นมักมีปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างเช่น ต้องตื่นเช้าเพราะกลัวคิวยาว มีรายชื่อตกหล่น เดินทางไกลในการไปใช้สิทธิ บัตรเสีย บัตรไม่ตรงกับเขต หรือการนับคะแนนที่ล่าช้าและเกิดข้อสงสัย ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดเพียงแค่ในประเทศไทย แต่เกิดขึ้นทั่วโลก หลายประเทศพยายามแก้ปัญหานี้ ซึ่งหนึ่งในทางออกที่น่าสนใจคือการเลือกตั้งแบบออนไลน์

การเลือกตั้งออนไลน์ หรือ การโหวตออนไลน์ คือระบบที่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถลงคะแนนผ่านอินเทอร์เน็ต จากอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ โดยไม่ต้องไปที่หน่วยเลือกตั้ง ระบบนี้ต่างจากโหวตด้วยกระดาษตรงที่สามารถลงคะแนนจากที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องต่อแถวหรือเดินทาง เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ต่างประเทศหรือมีข้อจำกัดทางร่างกาย
แต่ในความง่ายนั้นมาพร้อมกับการตั้งคำถามในเรื่องของระบบที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ ปัญหาหลักของระบบประเภทนี้คือการทำให้ระบบ ปลอดภัย ตรวจสอบผลได้ และยังรักษาความลับของผู้ลงคะแนน ซึ่งยากกว่าการทำธุรกรรมออนไลน์ทั่วไปอย่างการโอนเงินหรืออื่น ๆ

จากรายงานของ International IDEA ได้ทำการสำรวจขององค์กรที่ศึกษาระบบการเลือกตั้งพบว่าปัจจุบัน หลายประเทศมีการใช้ระบบโหวตออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ บางประเทศที่ใช้งานอย่างแพร่หลาย หลายประเทศจำกัดให้ใช้เฉพาะบางกลุ่ม เช่นผู้มีสิทธิ์ที่อาศัยอยู่นอกประเทศหรือระดับท้องถิ่น และบางประเทศ เคยทดลองแต่ยกเลิกหรือชะลอ เพราะปัญหาด้านความปลอดภัยและความเชื่อมั่น
หนึ่งในประเทศที่เหมาะแก่การศึกษาในเรื่องของการเลือกตั้งคือ ประเทศเอสโตเนีย โดยประเทศนี้ได้เริ่มเปิดให้ประชาชนสามารถลงคะแนนออนไลน์ในทุกการเลือกตั้งระดับชาติ ผ่านระบบที่เชื่อมกับบัตรประชาชนดิจิทัลที่มีระบบยืนยันตัวตนและลายเซ็นดิจิทัลอีกที ตั้งแต่ในปี ค.ศ. 2005 ซึ่งในการเลือกตั้งรัฐสภาปี ค.ศ. 2023 มีผู้ลงคะแนนเลือกใช้วิธีโหวตออนไลน์สูงถึงร้อยละ 51 ซึ่งมากกว่าบัตรกระดาษเป็นครั้งแรกของโลก

สิ่งที่น่าสนใจของระบบการเลือกตั้งของประเทศนี้คือระบบอนุญาตให้ผู้ลงคะแนนสามารถเปลี่ยนโหวตก่อนวันสุดท้ายของการเลือกตั้ง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วปกติหากประชาชนทำการโหวตอะไรไปแล้ว ก็จะไม่สามารถแก้ไขการโหวตนั้นได้ โดยสาเหตุที่เอสโตเนียเลือกที่จะสามารถแก้ไขการโหวตของตัวเองได้นั้น เพื่อให้ประชาชนรู้สึกสบายใจและมั่นใจกับการโหวตมากขึ้น
ซึ่งการเลือกตั้งออนไลน์ของประเทศเอสโตเนียนั้น เป็นหนึ่งในรากฐานเพื่อให้มีความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและวัฒนธรรมรัฐดิจิทัล ซึ่งก่อนหน้าประชาชนชาวเอสโตเนียก็คุ้นเคยกับบริการออนไลน์อื่น ๆ ของรัฐก่อนแล้วอย่าง การเสียภาษีออนไลน์ หรือการลงทะเบียนต่าง ๆ
นอกจากประเทศเอสโตเนียแล้ว ยังมีหลายประเทศด้วยกันที่เริ่มมีการใช้ระบบเลือกตั้งออนไลน์อย่างเช่น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่เริ่มทดลองระบบโหวตออนไลน์มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 โดยมีหลายรัฐที่ทดลองระบบนี้สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่อาศัยในพื้นที่หรืออยู่นอกประเทศ แต่หลังจากนั้น ก็ได้หยุดการใช้งานไปช่วงหนึ่งเพราะพบปัญหาด้านความปลอดภัย และกลับมาเปิดระบบใหม่หลังจากได้รับการพัฒนาขึ้นและทดลองอีกครั้งในปี ค.ศ. 2023

ประเทศฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 2012 เริ่มเปิดให้ชาวฝรั่งเศสที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ สามารถลงคะแนนออนไลน์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีและรัฐสภา เพื่อช่วยให้ผู้ที่อยู่ห่างไกลยังสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการได้ โดยในการเลือกตั้งแต่ละครั้งมีผู้มีสิทธิ์โหวตที่อยู่ต่างแดนใช้สิทธิ์ในการโหวตออนไลน์มากถึง 1.1 ล้านเสียง ซึ่งส่วนมากเลือกโหวตผ่านมือถืออีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีประเทศแคนาดาที่ถึงจะไม่ได้ใช้โหวตออนไลน์ในการเลือกตั้งระดับชาติ แต่มีการใช้ในการเลือกตั้งระดับเทศบาลบางแห่ง โดยเฉพาะในรัฐออนแทริโอ (Ontario) และโนวาสโกเทีย (Nova Scotia)
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ใช้งานโหวตออนไลน์สำหรับการเลือกตั้งสภาแห่งชาติ โดยระบบนี้ครอบคลุมทั้งผู้มีสิทธิ์ภายในประเทศและที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ
จะเห็นได้ว่าได้มีหลายประเทศที่มีการใช้ระบบเลือกตั้งออนไลน์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัล และถึงแม้ประเทศไทยเราจะยังไม่มีระบบเลือกตั้งออนไลน์ในระดับชาติ แต่ก็มีการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องอยู่ อย่างเช่น การศึกษากรอบกฎหมายเพื่อรองรับระบบการเลือกตั้งออนไลน์ และการพัฒนาระบบ Blockchain สำหรับการลงคะแนนภายในหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานในการคิดระบบเลือกตั้งดิจิทัลในอนาคต
คำถามสำคัญคือประเทศไทยพร้อมแค่ไหน ที่จะเปลี่ยนระบบเลือกตั้งแบบปัจจุบันไปเป็นระบบการเลือกตั้งแบบออนไลน์ โดยไม่สูญเสียความปลอดภัย ความโปร่งใส และความไว้วางใจของประชาชน
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : democracy-technologies, euronews, en.wikipedia, idea
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



















