อุตสาหกรรมอวกาศของสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับแรงกดดันในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จากตัวโครงการอาร์ทิมิสของ NASA ซึ่งแรงกดดันนี้เกิดขึ้นจากทั้งทางฝั่งการเมืองสหรัฐฯ และแรงกดดันจากโครงการสถานีวิจัยดวงจันทร์นานาชาติ (International Lunar Research Station หรือ ILRS) ของจีนที่กำลังที่มีเป้าหมายส่งนักบินอวกาศลงจอดภายในปี 2030 นำมาสู่การที่รัฐบาลสหรัฐฯ เข้ามากดดันบริษัทเอกชนทั้ง SpaceX และ Blue Origin ในภารกิจการเดินทางไปดวงจันทร์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

SpaceX กำลังถูกบีบครั้งใหญ่
SpaceX คือตัวละครสำคัญในโครงการอาร์ทิมิสจากการที่พวกเขาจะใช้ยาน Starship HLS (Human Landing System) มาเป็นยานลงจอดบนดวงจันทร์ ซึ่งตามแผนตัวยานจำเป็นต้องเข้าสู่วงโคจรของโลกเองได้ เชื่อมต่อกับ Starship อีกลำในวงโคจรโลกเพื่อโอนถ่ายเชื้อเพลิง เดินทางไปยังดวงจันทร์ และลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์เองได้สำเร็จ แต่ปัญหาสำคัญก็คือ ขณะนี้ SpaceX ยังไม่ได้ทดสอบขั้นตอนทั้งหมดที่กล่าวมาแม้แต่ขั้นตอนเดียว
หากว่ากันตามจริง SpaceX ยังคงทำงานด้วยความเร็วตามแผน แต่กลับดูจะไม่ค่อยเป็นไปตามความต้องการของ NASA และรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เสียเท่าไหร่ ทำให้ทีม SpaceX ถูกกดดันเป็นอย่างมากเมื่อเร็ว ๆ นี้ SpaceX จึงประกาศตัดสินใจเลื่อนภารกิจดาวอังคารออกไป และหันมาทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดให้กับภารกิจดวงจันทร์ ตั้งเป้าที่จะลงจอดบนดวงจันทร์แบบไร้ลูกเรือ (Uncrewed Landing) ในเดือนมีนาคม 2027 ทั้งยังเตรียมที่จะพัฒนา Starship Block 3 และเครื่องยนต์ Raptor 3 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจดวงจันทร์
การขยับตัวครั้งใหญ่ของ SpaceX ในครั้งนี้มีการวิเคราะห์ว่าอาจจะมาจากความกังวลจาก Blue Origin ที่การทดสอบจรวด New Glenn สามารถกลับมาลงจอดบนเรือได้สำเร็จแล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่า Blue Origin กลายสภาพเป็นคู่แข่งโดยตรงของ SpaceX และหาก SpaceX ดำเนินงานไม่ตรงตามความคาดหวังของ NASA มีโอกาสที่ Blue Origin จะเข้ารับช่วงต่อจากงานของ SpaceX แทน
หากเป็นเช่นนั้นจริง SpaceX จะกลายเป็นความเสี่ยงสูงสุดของโครงการอาร์ทิมิสในเวลานี้ทันที เพราะยังไม่มีสิ่งใดสำเร็จตามแผนแม้แต่อย่างเดียว ส่งผลให้สถานการณ์ของ NASA ในเวลานี้กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและอาจจะต้องหาตัวเลือกสำรองหากแผนของ SpaceX ไม่สามารถดำเนินได้ตามที่ตั้งเอาไว้ เพราะหาก SpaceX ล้มภารกิจ Artemis III ไม่ควรที่จะล้มตามกัน

Blue Origin กำลังเทหมดหน้าตักในการไปดวงจันทร์
Blue Origin บริษัทจรวดของ เจฟฟ์ เบซอส (Jeff Bezos) เจ้าพ่อ Amazon หลังจากที่ทดสอบการนำจรวด New Glenn กลับมาลงจอดบนเรือได้แล้ว ขณะนี้ทีมวิศวกรต้องการที่จะพลิกสถานการณ์จาก "ผู้ตาม" มาเป็น "ผู้นำ" หรืออย่างน้อยก็เป็นตัวเลือกสำรองสำหรับ NASA
ทีมงานที่เกี่ยวข้องได้ทุ่มหมดหน้าตักอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มีการประกาศระงับเที่ยวบินท่องเที่ยวอวกาศของยาน New Shepard เป็นเวลาอย่างน้อยสองปี ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 เป็นต้นไป ซึ่ง New Shepard เป็นจรวดขนาดเล็กสำหรับเที่ยวบินแตะขอบอวกาศ (Sub -orbital Flight) ที่เป็นแหล่งรายได้หลักของ Blue Origin เสมอมา การที่บริษัทยอมทุบหม้อข้าวตัวเองในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าตอนนี้ Blue Origin เอาจริงเอาจังกับโครงการอาร์ทิมิสของ NASA มากแค่ไหน
เพื่อการนี้ ทาง Blue Origin เองก็ได้มีการเสนอ Blue Moon Mark 1 (MK1) ยานลงจอดสำหรับขนส่งสินค้า (Cargo Lander) ที่มีความพร้อมสูงกว่า เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอเร่งด่วน ตัวยาน MK1 ได้เดินทางไปยังศูนย์อวกาศจอห์นสัน (Johnson Space Center) เพื่อทดสอบในห้องสุญญากาศร้อน-เย็น (Thermal Vacuum Chamber Testing) ในช่วงต้นปี 2026
สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ Blue Origin ประกาศเป็นพันธมิตรกับยักษ์ใหญ่อย่าง Lockheed Martin ซึ่งเป็นผู้สร้างยาน Orion ทำให้ Blue Origin กลายสภาพเป็นทางเลือกสำรองสำหรับ NASA หากทาง SpaceX ไม่สามารถดำเนินการพัฒนา Starship HLS ได้ตามแผน

เพราะจีนกำลังคืบคลานเข้ามา
ท้ายที่สุด ปัจจัยชี้ขาดสำคัญของโครงการอาร์ทิมิสอยู่ที่ความคืบหน้าของประเทศจีน ตามแผนยุทธศาสตร์ของจีน จะมีการส่งนักบินอวกาศลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ภายในปี 2030 จากการดำเนินงานที่ผ่านมา จีนมีศักยภาพและมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการบรรลุเป้าหมายตามกรอบระยะเวลาดังกล่าว หากสหรัฐอเมริกายังคงประสบปัญหาด้านเสถียรภาพทางการเมืองทั้งภายในและภายนอกประเทศเช่นนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าจีนอาจจะกลายเป็นมหาอำนาจชาติแรกที่สามารถส่งมนุษย์กลับไปสำรวจดวงจันทร์ได้สำเร็จภายใต้การแข่งขันไปดวงจันทร์
โครงการอาร์ทิมิสของสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับสภาวะวิกฤตจากปัจจัยรุมเร้าหลายด้าน โดยเฉพาะข้อจำกัดทางด้านงบประมาณและบริบททางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของโครงการ ตลอดจนปัญหาทางเทคนิคที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้การคาดการณ์ทิศทางในอนาคตเป็นไปได้ยาก สถานการณ์ดังกล่าวจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดกับการชิงตำแหน่งชาติแรกที่จะส่งมนุษย์กลับไปสำรวจดวงจันทร์ในทศวรรษนี้
เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : spaceth
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



















