ในปี 2026 กล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ (Neil Gehrels Swift Observatory) กำลังร่วงสู่ชั้นบรรยากาศของโลกหลังจากปฏิบัติภารกิจบนวงโคจรมานานมากกว่า 20 ปี แต่นาซาไม่ยอมแพ้ ทีมวิศวกรได้เตรียมส่งยานอวกาศหุ่นยนต์ขึ้นไปกู้ชีพภารกิจของกล้องโทรทรรศน์ตัวนี้ให้สำรวจห้วงอวกาศลึกและเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของวงการอวกาศโลกต่อไป
ที่ความสูง 400 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก แม้ ณ จะได้ชื่อว่า “อวกาศ” แต่ยังเต็มไปด้วยโมเลกุลของชั้นบรรยากาศโลกอยู่มากมายที่พร้อมจะฉุดต้านการเคลื่อนที่ของดาวเทียม ยานอวกาศ หรือแม้แต่สถานีอวกาศนานาชาติ วัตถุที่อยู่ในความสูงระดับที่เรียกว่าวงโคจรต่ำเหนือโลก (low earth orbit; LEO) จำเป็นต้องมีวิธีเพิ่มความเร็วของอย่างต่อเนื่องโดยอาศัยเครื่องยนต์จรวดขับดัน
กล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์เป็นกล้องต้นทุนต่ำของ นาซาในโครงการเอ็กพลอเรอร์ (Explorer) มีความสามารถในการตรวจจับสัญญาณของการระเบิดรังสีแกมมา (gamma ray burst) ถ่ายภาพในย่านรังสีเอกซ์ (x-ray) รังสีอัลตราไวโอเลต (ultraviolet) และแสงที่ตามองเห็น (visible light) จัดว่าเป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศอเนกประสงค์และศึกษาเทหวัตถุได้มากมายภายในกล้องโทรทรรศน์เพียงตัวเดียว
ภาพวาดของกล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ ภาพจาก NASA
โครงการสวิฟต์ทะยานสู่อวกาศในปี 2004 เดิมทีออกแบบมาเพื่อการทำงานเพียงสองปีภายใต้วงโคจรต่ำของโลกที่ระดับความสูง 600 กิโลเมตร ทีมวิศวกรเดิมจึงไม่ได้ติดตั้งระบบเครื่องยนต์สำหรับการปรับวงโคจร แต่ในความเป็นจริงกล้องสวิฟต์มีการใช้งานอย่างต่อเนื่องและยาวนานมามากกว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งขณะนี้ตัวกล้องสูญเสียระดับความสูงลงมาอยู่ที่ 420 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก และจากสถานการณ์ของกิจกรรมบนพื้นผิวที่สูงในช่วงปีที่ผ่านมาทำให้กล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์มีอัตราการสูญเสียความสูงเพิ่มมากขึ้น และทำให้อายุขัยของกล้องสวิฟต์กำลังใกล้จะจบสิ้นลง
ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ บริษัทแคทาลิสต์สเปซเทคโนโลยี (Katalyst Space Technologies) ได้นำเสนอโครงการหุ่นยนต์ปรับวงโคจรที่ชื่อว่า LINK แก่นาซา LINK เป็นหุ่นยนต์ที่สามารถเชื่อมต่อกับดาวเทียมหรือยานอวกาศในวงโคจรและสามารถสร้างแรงขับดันเพื่อปรับความสูงของวัตถุที่อยู่ในวงโคจรได้ สำหรับวัตถุอวกาศที่ไม่ได้มีการออกแบบระบบรองรับการเชื่อมต่อในอวกาศโดยเฉพาะ ซึ่งนาซามองเห็นโอกาสที่จะผลักดันเทคโนโลยีนี้พร้อมกับโจทย์เร่งด่วนคือกล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ที่กำลังจะตกโลกในเร็ว ๆ นี้ นาซาจึงทำสัญญากับบริษัท Katalyst Space Technologies ในภารกิจกู้สวิฟต์ (Swift Rescue Mission) ทางบริษัทมีระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปีในการดำเนินงาน หากสำเร็จ จะเป็นภารกิจแรกของโลกที่จะมีเชื่อมต่อและปรับวงโคจรของวัตถุที่อยู่ในวงโคจรที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการเชื่อมต่อตั้งแต่แรก
LINK เป็นยานหุ่นยนต์ขนาดเล็ก ใช้เครื่องยนต์ประเภทไฟฟ้าในการขับดัน ซึ่งเหมาะสมกับการปรับวงโคจรของอุปกรณ์ที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการเชื่อมต่อและปรับวงโคจร ทีมวิศวกรได้ปล่อยยาน LINK ออกสู่อวกาศไปแล้วเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2026 ด้วยจรวดเพกาซัส เอ็กซ์แอล (Pegasus XL) ของบริษัท นอร์ทธรอปกรัมแมน (Northrop Grumman) จรวดประเภทนี้ไม่ได้บินขึ้นจากพื้นโลกเหมือนกับจรวดทั่วไป แต่จะปล่อยออกจากปีกของเครื่องบิน Stargazer L-1011 ในระดับความสูง 40,000 ฟุต หลังจากปล่อยสู่อวกาศแล้ว หุ่นยนต์ LINK สามารถติดต่อกลับสู่โลกและทำงานตามที่ได้ออกแบบไว้ และจะใช้เวลาระยะหนึ่งในการปรับวงโคจรเพื่อไล่ตามกล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ให้ทัน
ภาพวาดของยาน LINK เชื่อมต่อกับกล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์เพื่อเร่งความเร็วของกล้องในอวกาศ ภาพจาก NASA
ภารกิจกู้ชีพกล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์นี้นับว่าน่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากในภารกิจนี้นาซาทำสัญญากับบริษัทแคทาลิสต์สเปซเทคโนโลยี เพียงแค่ 30 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น แต่กลับให้ประกอบการที่น่าทึ่งหากมองในมุมของนาซา กล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์เป็นตัวอย่างทดลองที่ดี เพราะไม่ว่าอย่างไร ตัวกล้องตกกลับสู่โลกอยู่แล้ว การให้บริษัทเอกชนส่งหุ่นยนต์ขึ้นไปเพิ่มระดับวงโคจรด้วยค่าใช้จ่ายเพียง 30 ล้านเหรียญนั้นเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากกว่าการสร้างกล้องโทรทรรศน์อวกาศใหม่ที่ใช้งบประมาณ 100 ล้านเหรียญเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นการผลักดันเทคโนโลยีอวกาศของประเทศ สร้างบริษัทเทคโนโลยีอวกาศใหม่ และสนับสนุนอุตสาหกรรมอวกาศในประเทศอีกด้วย ดังนั้นการลงทุนนี้ต่อให้ผิดพลาดและกล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ไม่ได้รับการปรับวงโคจรก็ยังถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและคุ้มค่ามากหากภารกิจสำเร็จ
หุ่นยนต์ LINK จะเดินทางไปเชื่อมต่อกับกล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2026 และจะใช้ระยะเวลาอีกหลายเดือนเพื่อผลักดันกล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ขึ้นไปยังวงโคจรที่ออกแบบไว้ ซึ่งหากภารกิจนี้สำเร็จ จะถือเป็นเปิดประตูบานใหม่ของอุตสาหกรรมอวกาศ จากที่เรามองว่าดาวเทียมเป็นสิ่งที่เมื่อหมดอายุขัยต้องทิ้ง กลับกลายเป็นสิ่งที่สามารถนำกลับมาใช้งานต่อได้และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์บนวงโคจรได้จริง
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : NASA
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









