ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ย้ายกล้องไปบนดวงจันทร์? นักวิทย์แห่เสนอภารกิจใหม่ หนีมลภาวะทางแสงจากบนโลก

03 ต.ค. 697 นาที7 ชั่วโมงที่แล้ว

ในปัจจุบันนักดาราศาสตร์ทั่วโลกกำลังประสบปัญหากับการทำงานวิจัยด้วยกล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดินเป็นอย่างมาก เนื่องจากมลภาวะทางแสงจากดาวเทียมที่กำลังเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะจากดาวเทียมอินเทอร์เน็ตใหม่ ๆ

ขนาดตัวอักษร

ที่บริษัทต่าง ๆ เช่น SpaceX ส่งขึ้นไปอวกาศอย่างต่อเนื่อง จนจำนวนมีดาวเทียมโคจรรอบโลกมากกว่า 13,000 ดวงแล้ว ทั้งยังมีคำขออนุญาตส่งดาวเทียมเพิ่มอีกกว่า 1 ล้านดวงกำลังรอคิวปล่อยอยู่ อันเป็นผลมาจากราคาจรวดขนส่งที่มีราคาต่ำลงทุกปี

เพราะฉะนั้นนักดาราศาสตร์จึงเริ่มมีความเห็นตรงกันว่า พวกเขาต้องมองหาที่หลบภัยในการทำวิจัยใหม่ และสถานที่แห่งนั้นก็คือด้านไกลของดวงจันทร์ ที่ไม่เคยหันหน้าเข้าหาโลกเลย ปราศจากแสงรบกวนจากโลก ไม่มีแสงจากเมือง ไม่มีสัญญาณวิทยุ และสัญญาณดาวเทียมมากวนใจนักดาราศาสตร์อีกต่อไป จนเริ่มมีแผนการก่อสร้างอุปกรณ์สำรวจเกิดขึ้นมาที่ด้านไกลของดวงจันทร์จริง ๆ

ย้อนกลับไปในปี 2020 นักวิจัยจากองค์การนาซา เคยเสนอแนวคิดก่อสร้างกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์มนุษยชาติภายใต้โครงการ Lunar Crater Radio Telescope หรือ LCRT ด้วยการส่งหุ่นยนต์ลงไปในหลุมอุกกาบาต กว้างราว 3-5 กิโลเมตร บริเวณด้านไกลของดวงจันทร์ เพื่อขึงตาข่ายลวดให้เป็นจานรับสัญญาณวิทยุจากห้วงอวกาศ

ภาพจำลองโครงการ LCRT : NASA/JPL/Vladimir Vustyansky

หากว่ากันตามการคำนวณของนาซาแล้ว ตาข่ายนี้จะสามารถรับคลื่นวิทยุความยาวคลื่นเกิน 10 เมตรได้ ซึ่งมีศักยภาพในการตรวจจับสัญญาณในช่วงยุคแรกเริ่มของจักรวาล ก่อนที่จะมีดาวฤกษ์ใด ๆ ก่อตัวขึ้นมาได้ ขณะที่โดยปกติแล้ว คลื่นวิทยุที่มีความยาวมากกว่า 10 เมตรขึ้นไป มักจะถูกชั้นบรรยากาศโลกสะท้อนออกไปจนหมด อย่างกล้องโทรทรรศน์วิทยุ FAST ที่เป็นกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันที่ประเทศจีน ยังไม่สามารถรับคลื่นความยาวเกิน 4.3 เมตรได้เลย ซึ่งทางองค์การนาซายังคงมีการพัฒนาต่อยอดวิธีการสร้างกล้อง LCRT อย่างต่อเนื่องถึงทุกวันนี้

นอกจากทางฝั่งนาซาที่เป็นองค์กรรัฐแล้ว บริษัทเอกชน Lunar Resources ก็เคยเสนอแผนสร้างเสารับสัญญาณวิทยุจำนวนมากที่ด้านไกลของดวงจันทร์ แทนการสร้างเป็นจานรับสัญญาณใหญ่ ๆ เพียงจานเดียว ภายใต้ชื่อ FarView Observatory โดยทางบริษัทวางแผนจะติดตั้งเสารับสัญญาณจำนวน 100,000 ต้น กระจายอยู่บนพื้นที่กว่า 200 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเสาทั้งหมดและแผงโซลาร์ที่ให้พลังงาน จะดำเนินการผลิตขึ้นที่ดวงจันทร์ด้วยระบบอัตโนมัติ จากการนำวัตถุดิบที่มีอยู่บนดวงจันทร์อยู่แล้วมาสร้าง ในปัจจุบันโครงการ FarView Observatory นี้ผ่านการอนุมัติทุนวิจัยเฟส 1 มาแล้วตั้งแต่ปี 2023 และกำลังเข้าสู่เฟส 2 เพื่อทดสอบการผลิตชิ้นส่วนจริงบนพื้นผิวดวงจันทร์จำลอง

ภาพจำลองโครงการ FarView Observatory เฟส 1 : Ronald Polidan

ทว่าสหรัฐฯ ก็ไม่ใช่ชาติเดียวที่จ้องมองด้านไกลของดวงจันทร์อยู่ ทางฝั่งจีนเองก็เสนอแผนสร้างกล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดยักษ์เช่นกัน เริ่มจากสถาบันเทคโนโลยีอวกาศจีนร่วมกับหอดูดาวเซี่ยงไฮ้ วางแผนติดตั้งเสาอากาศจำนวน 7,200 ต้น เรียงเป็นวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 กิโลเมตร แบ่งการก่อสร้างเป็นสามช่วง ช่วงแรกทดลองติดตั้งเสาอากาศ 16 ต้น ช่วงที่สองส่งนักบินอวกาศขึ้นไปติดตั้งเพิ่มอีก 100 ต้น ก่อนขยายเต็มรูปแบบในช่วงสุดท้าย โดยมีแผนให้โครงการนี้แล้วเสร็จภายในปี 2035 ถ้าหากสำเร็จจริงจีนก็อาจจะกลายเป็นชาติแรกที่มีกล้องโทรทรรศน์วิทยุทำงานอยู่บนพื้นผิวดวงจันทร์จริง ๆ ก่อนหน้าสหรัฐฯ

อันที่จริงนักดาราศาสตร์ก็พอมีเครื่องมือขนาดเล็กทำงานอยู่ในบริเวณด้านไกลของดวงจันทร์อยู่แล้วในปัจจุบัน แต่เป็นอุปกรณ์ที่โคจรอยู่ด้านบน ไม่ใช่บนพื้นผิว เช่นดาวเทียม Queqiao ของจีนที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณให้ยานฉางเอ๋อ-4 ได้พกอุปกรณ์ทดลองชื่อ Netherlands-China Low Frequency Explorer หรือ NCLE ติดไปด้วย ซึ่งเครื่องมือนี้ใช้เสาอากาศเก็บข้อมูลจากอวกาศห้วงลึกมาตั้งแต่ปลายปี 2019 แล้ว แม้จะยังไม่ใช่กล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดใหญ่เต็มรูปแบบ แต่ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวเงียบและปราศจากมลภาวะพอ ที่จะจับสัญญาณจากยุคแรกเริ่มของจักรวาลได้จริง

ภาพถ่ายพื้นผิวดวงจันทร์จากยานฉางเอ๋อ 4 : CNSA

แม้งานวิจัยทางด้านดาราศาสตร์อาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่เทคโนโลยีที่เราใช้กันทุกวันนี้หลายอย่างถือกำเนิดจากงานวิจัยดาราศาสตร์ล้วน ๆ ยกตัวอย่าง Wi-Fi ที่เราใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทุกวันนี้ มีต้นกำเนิดจากงานวิจัยดาราศาสตร์วิทยุ จอห์น โอซัลลิแวน (John O'Sullivan) ที่พยายามค้นหาสัญญาณจากหลุมดำจิ๋วที่ระเบิดตัวในอวกาศ แล้วพัฒนาเทคนิคประมวลผลสัญญาณขึ้นมาได้ระหว่างทาง ต่อมาเทคนิคนี้กลายเป็นแกนหลักของมาตรฐาน Wi-Fi ที่เราใช้กันทุกวันนี้

อีกตัวอย่างคือระบบ GPS ที่นำทางเราทุกวัน ต้องอาศัยทฤษฎีสัมพัทธภาพที่นักดาราศาสตร์ตรวจสอบยืนยันมาแล้วนับร้อยปี หากไม่ปรับแก้ค่าความคลาดเคลื่อนตามทฤษฎีนี้ ตำแหน่ง GPS ของเราจะเพี้ยนไปหลายกิโลเมตรต่อวัน เรียกได้ว่าดาราศาสตร์กำลังผลักดันเทคโนโลยีใหม่ ๆ ออกมาอยู่เสมอโดยที่เราไม่ทันสังเกตก็ว่าได้

เมื่อกลางปี 2025 ที่ผ่านมานักดาราศาสตร์กลุ่มหนึ่งตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society Letters ซึ่งรายงานว่าดาวเทียมหลายรุ่นมีความสว่างเกินขีดจำกัดที่ IAU หรือสหพันธ์ดาราศาสตร์สากลกำหนดไว้แล้ว โดย เมอริดิธ รอว์ลส์ (Meredith Rawls) นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เรียกปัญหานี้ว่าเหมือนแมลงเกาะกระจกหน้ารถ ที่น่ารำคาญแต่ยังไม่ถึงขั้นทำลายล้าง พร้อมทั้งบอกว่าตอนนี้วงโคจรโลกยังเป็นเหมือนแดนเถื่อนที่แทบไม่มีกฎเกณฑ์ควบคุม

ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรม AI ก็กำลังผลักให้ปัญหานี้หนักขึ้นไปอีก เพราะศูนย์ข้อมูลบนโลกกินไฟมหาศาลมากเสียจนบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เริ่มมองหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในอวกาศ ยกตัวอย่างเช่น ทางฝั่ง Google ได้เปิดตัวโครงการ Project Suncatcher ที่วางแผนส่งกลุ่มดาวเทียมพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งชิปประมวลผล AI ขึ้นไปสาธิตจริงในปี 2027

ดาวเทียมทดสอบในโครงการ Project Suncatcher : Google

ส่วนบริษัท Starcloud ส่งดาวเทียมหนัก 60 กิโลกรัมที่ติดตั้งชิป NVIDIA H100 ขึ้นไปทดสอบแล้ว และประเมินว่าจะต้องใช้พลังงานถึง 5 กิกะวัตต์ภายในปี 2035 จีนเองก็มีโครงการชื่อ Xingshidai ทั้งสหภาพยุโรปก็กำลังศึกษาความเป็นไปได้ของการสร้างศูนย์ข้อมูลอวกาศภายใต้โครงการชื่อ ASCEND โดยมีรายงานคาดการณ์ว่าศูนย์ข้อมูลจะกินสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของการเติบโตความต้องการไฟฟ้าในสหรัฐฯ ตั้งแต่ตอนนี้จนถึงปี 2030 นั่นหมายความว่าท้องฟ้าโลกกำลังจะยิ่งแน่นขึ้นไปอีกด้วยดาวเทียมและโครงสร้างพื้นฐานอวกาศประเภทใหม่ ๆ จนนักดาราศาสตร์ต้องหนีกันไปสร้างอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ดวงจันทร์มากขึ้น

แต่ทว่าความเงียบสงบของด้านไกลดวงจันทร์เองก็อาจไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป หากไม่มีมาตรการควบคุมที่รัดกุมเพียงพอ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU จึงกำลังผลักดันแนวคิดเขตคุ้มครองพิเศษที่เรียกว่า Shielded Zone of the Moon เพื่อกันพื้นที่ด้านไกลของดวงจันทร์ไว้ใช้งานทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ

เคลาดิโอ แมคโคเน (Claudio Maccone) จากสถาบันฟิสิกส์ดาราศาสตร์แห่งชาติอิตาลี เตือนว่าหากไม่มีข้อตกลงผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ เราอาจเจอสถานการณ์แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในวงโคจรโลกตอนนี้ และนานาชาติควรวางกฎเกณฑ์นี้ไว้ล่วงหน้า ก่อนที่ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ครั้งใหม่ทั้งจากรัฐและเอกชนจะเพิ่มจำนวนขึ้นจนควบคุมไม่ทันในอนาคต

ภาพถ่ายด้านไกลดวงจันทร์จากภารกิจอาร์ทิมิส 2 : NASA

ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านจึงเปรียบสถานการณ์นี้เหมือนการแข่งกับเวลา หากผู้ออกนโยบายไม่ออกกฎเกณฑ์คุ้มครองได้ทันเวลา เขตที่สงบที่ใกล้โลกที่สุดอาจหายไปตลอดกาล ไม่เหลือให้มนุษย์ได้ค้นหาองค์ความรู้ใหม่ ๆ อีกต่อไป


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล : NASA, wikipedia, NASA, dailygalaxy, jpost


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

เด็กวิทย์ช่างสงสัย อยากหาคำตอบให้ทุกเรื่องในจักรวาล

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดวงจันทร์กับน้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อ “แรงไทดัล” ส่งผลต่อน้ำขึ้น-น้ำลงอวกาศ

ดวงจันทร์กับน้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อ “แรงไทดัล” ส่งผลต่อน้ำขึ้น-น้ำลง

ไขคำตอบเรื่อง "แรงไทดัล" จากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ปัจจัยธรรมชาติที่ทำให้เกิด "น้ำเกิด-น้ำทะเลหนุนสูง" จนชะลอกระแสน้ำเจ้าพระยา

02 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
SpaceX ปล่อย Starship ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จครั้งแรก ปล่อยดาวเทียม Starlink 26 ดวงอวกาศ

SpaceX ปล่อย Starship ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จครั้งแรก ปล่อยดาวเทียม Starlink 26 ดวง

ยานอวกาศ Starship ของ SpaceX ทะยานสู่วงโคจรได้สำเร็จเป็นครั้งแรก พร้อมส่งดาวเทียมอินเทอร์เน็ต Starlink รุ่นใหม่ขึ้นสู่อวกาศ แต่เครื่องยนต์ Raptor ดับกลางทาง ทำให้ทีมควบคุมการบินตัดสินใจจบการทดสอบเร็วกว่าแผน

29 ก.ย. 69|4 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
พรุ่งนี้ (23 ก.ย. 69)! “วันศารทวิษุวัต” ช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากันอวกาศ

พรุ่งนี้ (23 ก.ย. 69)! “วันศารทวิษุวัต” ช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน

พรุ่งนี้ (23 ก.ย. 69) เป็นวัน “ศารทวิษุวัต” (อ่านว่า สา-ระ-ทะ-วิ-สุ-วัด) หรือ Autumnal Equinox ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนมาอยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลก

22 ก.ย. 69|22 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
    ย้ายกล้องไปบนดวงจันทร์? นักวิทย์แห่เสนอภารกิจใหม่ หนีมลภาวะทางแสงจากบนโลก | Thai PBS Sci & Tech