
เทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภค ไม่ได้เป็นการพูดถึงแต่เพียงสินค้า Gadget เพื่อความบันเทิง แต่ยังบ่งชี้ถึงความสามารถ ความคาดหวัง และความต้องการ ที่ผู้ใช้จะต้องเผชิญในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
การทำความเข้าใจเทรนด์เหล่านี้ จะช่วยให้ผู้ใช้ หรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ สามารถคาดการณ์ความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน เตรียมกรอบการรักษาความปลอดภัย และพัฒนานโยบายต่าง ๆ ก่อนที่เทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง
1. บ้านอัจฉริยะ
หากพูดถึงเรื่องอุปกรณ์สมาร์ตโฮม เราคงคุ้นเคยกันดีอยู่พอสมควรแล้ว แต่บ่อยครั้งก็ดูไม่ได้อัจฉริยะขนาดนั้น เพราะแค่เพียงเชื่อมต่อกันผ่านเครือข่าย เช่น บลูทูทหรืออินเทอร์เน็ต แต่บ้านอัจฉริยะในอนาคตจะใช้ AI ในการคิดและตัดสินใจแทนมนุษย์ นึกภาพว่าเป็นแม่บ้านเสมือนจริงที่คอยประสานการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ความบันเทิง และอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย ซึ่งจะกลายมาเป็นสถานที่ทำงานอัจฉริยะที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบนิเวศในองค์กร ตั้งแต่ระบบปรับอากาศ ไปจนถึงการเตรียมห้องประชุม
2. เทคโนโลยีที่เน้นผู้ใช้งานเป็นหลัก
หน้าจอทีวีที่คล้ายกับงานศิลปะ ซึ่งออกแบบมาให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมภายในบ้านอย่างลงตัว หรือลำโพงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประติมากรรม นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงแว่นตาและถุงมือสัมผัส ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถสัมผัสวัตถุใน VR ได้แบบเสมือนสัมผัสวัตถุจริง
เทคโนโลยีที่ผสมผสานระหว่างจิตวิทยาและสุนทรียศาสตร์ ซึ่งเตือนว่ามนุษย์เป็นผู้ควบคุม และโต้ตอบกับผู้ใช้งาน จะเป็นเทรนด์เทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคที่สำคัญในปี 2026
3. หุ่นยนต์และโดรนสำหรับใช้ในบ้าน
ตั้งแต่การจัดเรียงจานในเครื่องล้างจาน การรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงเป็นเพื่อนคลายเหงา ซึ่งปัจจุบันอุปกรณ์เหล่านี้เริ่มได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น
4. ทีวีรุ่นใหม่
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าทีวีมีขนาดใหญ่ขึ้น และสว่างขึ้น โดยเฉพาะการทีวีไมโคร LED รุ่นใหม่ ที่ต้นทุนการผลิตกำลังลดลง จะทำให้ทีวีที่มีหน้าจอขนาดใหญ่กว่า 100 นิ้ว จะเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในบ้านมากขึ้นด้วย
5. รถยนต์อัจฉริยะ
ด้วยเทคโนโลยีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของอุตสาหกรรมรถยนต์ จะทำให้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบจะกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริง หลังจากผู้ผลิตเริ่มใส่ฟีเชอร์กึ่งอัตโนมัติและฟีเชอร์อัจฉริยะมากมายให้กับรถยนต์รุ่นล่าสุด เช่น ระบบแฮนด์ฟรี ระบบหลีกเลี่ยงการชน ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ และผู้ช่วย AI ซึ่งจะช่วยทำให้การขับขี่รถยนต์ปี 2026 อัจฉริยะมากขึ้น
6. แว่นตาอัจฉริยะ
แว่นตาอัจฉริยะที่นอกจากนี้จะมีหน้าจอมีขนาดเล็กและเบาลง แบตเตอรี่ทนทานมากขึ้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือ AI ที่ถูกพัฒนาขึ้นจนถึงขั้นที่ฟีเชอร์ต่าง ๆ อย่างเช่น การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ การนำทางด้วยเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) และการเข้าถึงผู้ช่วย AI แบบแฮนด์ฟรี เป็นสิ่งที่ทำได้จริงมากขึ้น
7. เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ
นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสุขภาพกายและใจ จะกลายเป็นเรื่องปกติในบ้านมากขึ้น ได้แก่ กระจกอัจฉริยะที่สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจและสภาวะทางจิตใจได้ พร้อมทั้งแจ้งเตือนให้กินยา นอกจากนี้ ยังมีที่นอนอัจฉริยะที่สามารถวิเคราะห์ท่าทางการนอนและรูปแบบการหายใจของผู้ใช้ เพื่อช่วยปรับระดับความนุ่มและปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับให้ดียิ่งขึ้น
8. หน้าจอเสริม
จากความนิยมของแล็ปท็อปแบบ 2 จอและหลายจอ ผู้ผลิตออกรุ่นราคาประหยัดสู่ตลาดมากมาย ขณะที่ผู้ผลิตโทรศัพท์ต่างก็กำลังพัฒนาเช่นกัน โทรศัพท์แบบ 2 จอ กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และมีรายงานว่าผู้ผลิตโทรศัพท์ยักษ์ใหญ่ 2 แห่ง เตรียมจะนำเสนอโทรศัพท์แบบ 3 จอเร็ว ๆ นี้
9. Dumb Phone (มือถือปุ่มกดเน้นใช้งานพื้นฐาน)
ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างรวดเร็ว ทำให้คนไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งใดนาน ๆ ได้ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอมากเกินไป Dumbphones หรือโทรศัพท์มือถือธรรมดาไม่ได้เป็นสมาร์ตโฟน มีแค่ฟังก์ชันโทรเข้า-โทรออก ส่งข้อความ คาดว่าจะเติบโตขึ้นในปี 2026 เพื่อจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับช่วยให้คนหันกลับมาโฟกัสกับชีวิตจริงอีกครั้ง
10. การถ่ายโอนพลังงานแบบไร้สาย
นักวิทยาศาสตร์ในญี่ปุ่นได้ใช้การเรียนรู้ของเครื่องจักร เพื่อพัฒนาระบบส่งพลังงานไร้สาย (WPT) ระบบแรกที่สามารถส่งพลังงานผ่านอากาศได้ แม้ว่าอาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าที่ระบบนี้จะพร้อมใช้งานสำหรับผู้บริโภคอย่างแท้จริง แต่เป็นเทคโนโลยีที่น่าจะได้ยินมากขึ้นในปี 2026
เมื่อเรารู้ถึงเทรนด์แล้ว เราจะคาดการณ์ เตรียมความพร้อมหรือจะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ดีแค่ไหนกัน ?
ที่มา : Forbes - https://bit.ly/498iVm3
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech
เทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภค ไม่ได้เป็นการพูดถึงแต่เพียงสินค้า Gadget เพื่อความบันเทิง แต่ยังบ่งชี้ถึงความสามารถ ความคาดหวัง และความต้องการ ที่ผู้ใช้จะต้องเผชิญในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
การทำความเข้าใจเทรนด์เหล่านี้ จะช่วยให้ผู้ใช้ หรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ สามารถคาดการณ์ความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน เตรียมกรอบการรักษาความปลอดภัย และพัฒนานโยบายต่าง ๆ ก่อนที่เทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง
1. บ้านอัจฉริยะ
หากพูดถึงเรื่องอุปกรณ์สมาร์ตโฮม เราคงคุ้นเคยกันดีอยู่พอสมควรแล้ว แต่บ่อยครั้งก็ดูไม่ได้อัจฉริยะขนาดนั้น เพราะแค่เพียงเชื่อมต่อกันผ่านเครือข่าย เช่น บลูทูทหรืออินเทอร์เน็ต แต่บ้านอัจฉริยะในอนาคตจะใช้ AI ในการคิดและตัดสินใจแทนมนุษย์ นึกภาพว่าเป็นแม่บ้านเสมือนจริงที่คอยประสานการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ความบันเทิง และอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย ซึ่งจะกลายมาเป็นสถานที่ทำงานอัจฉริยะที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบนิเวศในองค์กร ตั้งแต่ระบบปรับอากาศ ไปจนถึงการเตรียมห้องประชุม
2. เทคโนโลยีที่เน้นผู้ใช้งานเป็นหลัก
หน้าจอทีวีที่คล้ายกับงานศิลปะ ซึ่งออกแบบมาให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมภายในบ้านอย่างลงตัว หรือลำโพงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประติมากรรม นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงแว่นตาและถุงมือสัมผัส ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถสัมผัสวัตถุใน VR ได้แบบเสมือนสัมผัสวัตถุจริง
เทคโนโลยีที่ผสมผสานระหว่างจิตวิทยาและสุนทรียศาสตร์ ซึ่งเตือนว่ามนุษย์เป็นผู้ควบคุม และโต้ตอบกับผู้ใช้งาน จะเป็นเทรนด์เทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคที่สำคัญในปี 2026
3. หุ่นยนต์และโดรนสำหรับใช้ในบ้าน
ตั้งแต่การจัดเรียงจานในเครื่องล้างจาน การรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงเป็นเพื่อนคลายเหงา ซึ่งปัจจุบันอุปกรณ์เหล่านี้เริ่มได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น
4. ทีวีรุ่นใหม่
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าทีวีมีขนาดใหญ่ขึ้น และสว่างขึ้น โดยเฉพาะการทีวีไมโคร LED รุ่นใหม่ ที่ต้นทุนการผลิตกำลังลดลง จะทำให้ทีวีที่มีหน้าจอขนาดใหญ่กว่า 100 นิ้ว จะเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในบ้านมากขึ้นด้วย
5. รถยนต์อัจฉริยะ
ด้วยเทคโนโลยีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของอุตสาหกรรมรถยนต์ จะทำให้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบจะกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริง หลังจากผู้ผลิตเริ่มใส่ฟีเชอร์กึ่งอัตโนมัติและฟีเชอร์อัจฉริยะมากมายให้กับรถยนต์รุ่นล่าสุด เช่น ระบบแฮนด์ฟรี ระบบหลีกเลี่ยงการชน ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ และผู้ช่วย AI ซึ่งจะช่วยทำให้การขับขี่รถยนต์ปี 2026 อัจฉริยะมากขึ้น
6. แว่นตาอัจฉริยะ
แว่นตาอัจฉริยะที่นอกจากนี้จะมีหน้าจอมีขนาดเล็กและเบาลง แบตเตอรี่ทนทานมากขึ้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือ AI ที่ถูกพัฒนาขึ้นจนถึงขั้นที่ฟีเชอร์ต่าง ๆ อย่างเช่น การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ การนำทางด้วยเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) และการเข้าถึงผู้ช่วย AI แบบแฮนด์ฟรี เป็นสิ่งที่ทำได้จริงมากขึ้น
7. เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ
นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสุขภาพกายและใจ จะกลายเป็นเรื่องปกติในบ้านมากขึ้น ได้แก่ กระจกอัจฉริยะที่สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจและสภาวะทางจิตใจได้ พร้อมทั้งแจ้งเตือนให้กินยา นอกจากนี้ ยังมีที่นอนอัจฉริยะที่สามารถวิเคราะห์ท่าทางการนอนและรูปแบบการหายใจของผู้ใช้ เพื่อช่วยปรับระดับความนุ่มและปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับให้ดียิ่งขึ้น
8. หน้าจอเสริม
จากความนิยมของแล็ปท็อปแบบ 2 จอและหลายจอ ผู้ผลิตออกรุ่นราคาประหยัดสู่ตลาดมากมาย ขณะที่ผู้ผลิตโทรศัพท์ต่างก็กำลังพัฒนาเช่นกัน โทรศัพท์แบบ 2 จอ กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และมีรายงานว่าผู้ผลิตโทรศัพท์ยักษ์ใหญ่ 2 แห่ง เตรียมจะนำเสนอโทรศัพท์แบบ 3 จอเร็ว ๆ นี้
9. Dumb Phone (มือถือปุ่มกดเน้นใช้งานพื้นฐาน)
ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างรวดเร็ว ทำให้คนไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งใดนาน ๆ ได้ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอมากเกินไป Dumbphones หรือโทรศัพท์มือถือธรรมดาไม่ได้เป็นสมาร์ตโฟน มีแค่ฟังก์ชันโทรเข้า-โทรออก ส่งข้อความ คาดว่าจะเติบโตขึ้นในปี 2026 เพื่อจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับช่วยให้คนหันกลับมาโฟกัสกับชีวิตจริงอีกครั้ง
10. การถ่ายโอนพลังงานแบบไร้สาย
นักวิทยาศาสตร์ในญี่ปุ่นได้ใช้การเรียนรู้ของเครื่องจักร เพื่อพัฒนาระบบส่งพลังงานไร้สาย (WPT) ระบบแรกที่สามารถส่งพลังงานผ่านอากาศได้ แม้ว่าอาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าที่ระบบนี้จะพร้อมใช้งานสำหรับผู้บริโภคอย่างแท้จริง แต่เป็นเทคโนโลยีที่น่าจะได้ยินมากขึ้นในปี 2026
เมื่อเรารู้ถึงเทรนด์แล้ว เราจะคาดการณ์ เตรียมความพร้อมหรือจะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ดีแค่ไหนกัน ?
ที่มา : Forbes - https://bit.ly/498iVm3
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech