Shahed-136 โดรนพลีชีพอิหร่าน ต่อกรสหรัฐฯ-อิสราเอล

Shahed-136 โดรนพลีชีพอิหร่าน ต่อกรสหรัฐฯ-อิสราเอล

6 มี.ค. 69

ฝ่าย "สหรัฐฯ-อิสราเอล" และฝ่าย “อิหร่าน” ต่างโจมตีทางอากาศตอบโต้ซึ่งกันและกันตั้งแต่ศึกครั้งใหม่ของทั้ง 2 ฝ่ายเปิดฉากขึ้นเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) หลังจากศึก 12 วันครั้งก่อนเมื่อเดือน มิ.ย. 2568 โดยในครั้งนี้อิหร่านใช้โดรน หรืออากาศยานไร้คนขับ Shahed-136 หรือ kamikaze สมรรถนะสูงต่อกรกับฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอล ด้วยต้นทุนที่ “ต่ำกว่ามาก”

 

เครือข่ายข่าวโทรทัศน์ CNBC ของสหรัฐฯ รายงานเมื่อวานนี้ (5 มี.ค.) ว่า อิหร่านริเริ่มออกแบบโดรนดังกล่าว และส่งออกให้รัสเซีย พันธมิตรทางยุทธศาสตร์ของตน ใช้ในการทำศึกกับยูเครน ซึ่งเปิดฉากขึ้นเมื่อเดือน ก.พ. 2565 ปัจจุบันโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze พิสัยไกลกลายเป็นอาวุธหลักที่อิหร่านใช้ตอบโต้ทางยุทธศาสตร์ต่อสหรัฐฯ-กลุ่มชาติพันธมิตร

 

รายงานชี้ว่า ถ้ามองเพียงผิวเผิน โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze เทียบไม่ติดกับอาวุธยุทโธปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีก้าวล้ำที่สุดของสหรัฐฯ จนฝ่ายนักวิเคราะห์เคยให้ฉายาว่า “ขีปนาวุธครูซของคนจน” แต่ในความเป็นจริงโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze สามารถฝ่าด่านสกัดเข้าโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ ในกลุ่มชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ได้

 

รายงานระบุว่า ถึงแม้กลุ่มชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ซึ่งตกเป็นเป้าหมายการ “เอาคืน” ของอิหร่านต่อสหรัฐฯ สามารถสกัดโดรนที่ยิงจากอิหร่านได้จำนวนมากด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศสมรรถนะสูง และราคาแพง ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ อาทิ ขีปนาวุธ Patriot

 

แต่กระนั้น โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ของอิหร่าน ซึ่งราคาถูกกว่ามาก สามารถฝ่าด่านสกัดเข้าโจมตีเป้าหมาย ต่าง ๆ ในกลุ่มชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ได้ รายงานระบุว่า ต้นทุนการผลิตโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze อยู่ที่ราว 20,000-50,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อลำ

 

ในขณะที่ขีปนาวุธครูซและขีปนาวุธข้ามทวีป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันภัยทางอากาศของกลุ่มชาติพันธมิตรสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง มีต้นทุนการผลิตถึง 2-13 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อลูก ตามข้อมูลที่ได้จากเอกสารงบประมาณของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ส่งผลให้อิหร่านสามารถผลิตโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ได้เป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงความได้เปรียบด้านงบประมาณของอิหร่านอย่างมีนัยสำคัญท่ามกลางข้อจำกัดต่าง ๆ จากผลกระทบของมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านของกลุ่มชาติตะวันตก

 

รายงานต่าง ๆ ของทางการสหรัฐฯ ชี้ว่า โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ซึ่งใช้โจมตีเที่ยวเดียว พัฒนาโดยกลุ่มผู้ผลิตที่เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRG ในอิหร่าน

 

ทั้งนี้ อิหร่านเปิดตัวโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ครั้งแรกเมื่อปี 2564 ซึ่งถูกรัสเซียนำไปใช้ในการทำศึกกับยูเครนจนเป็นที่สนใจทั่วโลก ต่อมารัสเซียเริ่มผลิตโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ในประเทศหลังจากนำเข้าจากอิหร่านรวมหลายพันลำในช่วงแรก ๆ

 

ฝ่ายนักวิเคราะห์ชี้ว่า อิหร่านก็ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากความร่วมมือกับรัสเซียเช่นกัน รวมถึงหัวรบของระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่นใหม่ ๆ ระบบรบกวนสัญญาณของฝ่ายตรงข้าม และระบบนำวิถีอิเล็กทรอนิกส์ต่อต้านฝ่ายตรงข้ามและว่าหัวรบของฝ่ายอิหร่านติดตั้งระเบิดได้ถึง 30-50 กิโลกรัม ดังนั้น จึงมีสมรรถนะการทำลายสูง โดยเฉพาะเมื่อถูกส่งออกไปโจมตีเป็นชุดใหญ่ และในพิสัยการทำลายไกลถึง 1,200 ไมล์

 

รายงานระบุว่า สมรรถนะการทำลายสูง แต่ต้นทุนการผลิตต่ำ ส่งผลให้อิหร่านใช้โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze เป็นหลักในการถล่มโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ในกลุ่มชาติพันธมิตรในตะวันออกกลางอย่างน่าสะพรึงในช่วงนี้ อีกทั้งฝ่ายนักวิเคราะห์ชี้ว่า ข้อดีด้าน “สมรรถนะสูง-ต้นทุนต่ำ” ของโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ทำให้แม้แต่ชาติมหาอำนาจ “พี่เบิ้ม” ใหญ่สุดของโลกอย่างสหรัฐฯ ยังต้องแกะรอยลอกเลียนแบบ โดยกองบัญชาการทหารกลางของสหรัฐฯ ยืนยันว่า ได้เริ่มใช้โดรนที่ลอกเลียนแบบโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze โจมตีอิหร่านบ้างแล้ว

 

นอกจากนี้ ยังเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ชาติอื่น ๆ คิดค้นพัฒนาอาวุธสกัดการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามที่มีสมรรถนะสูง แต่ต้นทุนต่ำเช่นกันด้วย โดยรายงานระบุว่า ยูเครนประกาศเปิดตัวอาวุธสกัดการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามที่ต้นทุนต่ำ และผลิตได้ครั้งละมาก ๆ ซึ่งสามารถรับมือกับโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ได้

 

ฝ่ายนักวิเคราะห์ชี้ว่า อาวุธใหม่ดังกล่าวของยูเครนมีรูปแบบเหมือนการยิงปืนใหญ่จากเครื่องบินขับไล่ไอพ่นที่ใช้ได้ผลอย่างยั่งยืนกว่าขีปนาวุธสกัดการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามรุ่นนำสมัยต่าง ๆ รายงานคาดการณ์ว่า กลุ่มชาติอาหรับฝ่ายพันธมิตรสหรัฐฯ จะเริ่มเปิดตัวระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ต้นทุนต่ำกว่า และใช้ได้อย่างยั่งยืนกว่าในเร็ว ๆ นี้

 

รายงานระบุด้วยว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และอย่างน้อยหนึ่งในชาติอาหรับอยู่ระหว่างเจรจาสั่งซื้ออาวุธสกัดการโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามที่มีต้นทุนต่ำของยูเครน และว่าอิสราเอลก็เริ่มใช้ขีปนาวุธพิสัยใกล้ และระบบป้องกันภัยทางอากาศอื่น ๆ ที่ต้นทุนต่ำลงมากแล้วเช่นกัน รวมถึง Iron Beam

 

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายนักวิเคราะห์ชี้ว่า อิหร่านจะใช้โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ต่อกรกับสหรัฐฯ-อิสราเอลได้นานเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับสต๊อกโดรนที่ยังเหลืออยู่ อีกทั้งศักยภาพในการปกป้องห่วงโซ่อุปทาน และที่ตั้งการผลิตโดรนShahed-136 หรือ kamikaze ของอิหร่านท่ามกลางการยกระดับมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านของสหรัฐฯ

 

แต่กระนั้น ฝ่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารประเมินว่า อิหร่านยังมีสต๊อก โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze จำนวนมาก และยังผลิตเพิ่มอีกหลายร้อยลำต่อสัปดาห์ ถึงแม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายงานว่า จนถึงวันพุธ (4 มี.ค.) อิหร่านใช้โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ไปแล้วกว่า 2,000 ลำ ขณะเดียวกันสต๊อกระบบป้องกันภัยทางอากาศของกลุ่มชาติอาหรับก็ลดลงแล้ว

 

ที่มา : CSIS, OE Data Integration Network

 

Original Graphic : AFP

 

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

 

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

Shahed-136 โดรนพลีชีพอิหร่าน ต่อกรสหรัฐฯ-อิสราเอล

6 มี.ค. 69

ฝ่าย "สหรัฐฯ-อิสราเอล" และฝ่าย “อิหร่าน” ต่างโจมตีทางอากาศตอบโต้ซึ่งกันและกันตั้งแต่ศึกครั้งใหม่ของทั้ง 2 ฝ่ายเปิดฉากขึ้นเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) หลังจากศึก 12 วันครั้งก่อนเมื่อเดือน มิ.ย. 2568 โดยในครั้งนี้อิหร่านใช้โดรน หรืออากาศยานไร้คนขับ Shahed-136 หรือ kamikaze สมรรถนะสูงต่อกรกับฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอล ด้วยต้นทุนที่ “ต่ำกว่ามาก”

 

เครือข่ายข่าวโทรทัศน์ CNBC ของสหรัฐฯ รายงานเมื่อวานนี้ (5 มี.ค.) ว่า อิหร่านริเริ่มออกแบบโดรนดังกล่าว และส่งออกให้รัสเซีย พันธมิตรทางยุทธศาสตร์ของตน ใช้ในการทำศึกกับยูเครน ซึ่งเปิดฉากขึ้นเมื่อเดือน ก.พ. 2565 ปัจจุบันโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze พิสัยไกลกลายเป็นอาวุธหลักที่อิหร่านใช้ตอบโต้ทางยุทธศาสตร์ต่อสหรัฐฯ-กลุ่มชาติพันธมิตร

 

รายงานชี้ว่า ถ้ามองเพียงผิวเผิน โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze เทียบไม่ติดกับอาวุธยุทโธปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีก้าวล้ำที่สุดของสหรัฐฯ จนฝ่ายนักวิเคราะห์เคยให้ฉายาว่า “ขีปนาวุธครูซของคนจน” แต่ในความเป็นจริงโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze สามารถฝ่าด่านสกัดเข้าโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ ในกลุ่มชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ได้

 

รายงานระบุว่า ถึงแม้กลุ่มชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ซึ่งตกเป็นเป้าหมายการ “เอาคืน” ของอิหร่านต่อสหรัฐฯ สามารถสกัดโดรนที่ยิงจากอิหร่านได้จำนวนมากด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศสมรรถนะสูง และราคาแพง ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ อาทิ ขีปนาวุธ Patriot

 

แต่กระนั้น โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ของอิหร่าน ซึ่งราคาถูกกว่ามาก สามารถฝ่าด่านสกัดเข้าโจมตีเป้าหมาย ต่าง ๆ ในกลุ่มชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ได้ รายงานระบุว่า ต้นทุนการผลิตโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze อยู่ที่ราว 20,000-50,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อลำ

 

ในขณะที่ขีปนาวุธครูซและขีปนาวุธข้ามทวีป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันภัยทางอากาศของกลุ่มชาติพันธมิตรสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง มีต้นทุนการผลิตถึง 2-13 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อลูก ตามข้อมูลที่ได้จากเอกสารงบประมาณของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ส่งผลให้อิหร่านสามารถผลิตโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ได้เป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงความได้เปรียบด้านงบประมาณของอิหร่านอย่างมีนัยสำคัญท่ามกลางข้อจำกัดต่าง ๆ จากผลกระทบของมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านของกลุ่มชาติตะวันตก

 

รายงานต่าง ๆ ของทางการสหรัฐฯ ชี้ว่า โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ซึ่งใช้โจมตีเที่ยวเดียว พัฒนาโดยกลุ่มผู้ผลิตที่เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRG ในอิหร่าน

 

ทั้งนี้ อิหร่านเปิดตัวโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ครั้งแรกเมื่อปี 2564 ซึ่งถูกรัสเซียนำไปใช้ในการทำศึกกับยูเครนจนเป็นที่สนใจทั่วโลก ต่อมารัสเซียเริ่มผลิตโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ในประเทศหลังจากนำเข้าจากอิหร่านรวมหลายพันลำในช่วงแรก ๆ

 

ฝ่ายนักวิเคราะห์ชี้ว่า อิหร่านก็ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากความร่วมมือกับรัสเซียเช่นกัน รวมถึงหัวรบของระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่นใหม่ ๆ ระบบรบกวนสัญญาณของฝ่ายตรงข้าม และระบบนำวิถีอิเล็กทรอนิกส์ต่อต้านฝ่ายตรงข้ามและว่าหัวรบของฝ่ายอิหร่านติดตั้งระเบิดได้ถึง 30-50 กิโลกรัม ดังนั้น จึงมีสมรรถนะการทำลายสูง โดยเฉพาะเมื่อถูกส่งออกไปโจมตีเป็นชุดใหญ่ และในพิสัยการทำลายไกลถึง 1,200 ไมล์

 

รายงานระบุว่า สมรรถนะการทำลายสูง แต่ต้นทุนการผลิตต่ำ ส่งผลให้อิหร่านใช้โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze เป็นหลักในการถล่มโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ในกลุ่มชาติพันธมิตรในตะวันออกกลางอย่างน่าสะพรึงในช่วงนี้ อีกทั้งฝ่ายนักวิเคราะห์ชี้ว่า ข้อดีด้าน “สมรรถนะสูง-ต้นทุนต่ำ” ของโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ทำให้แม้แต่ชาติมหาอำนาจ “พี่เบิ้ม” ใหญ่สุดของโลกอย่างสหรัฐฯ ยังต้องแกะรอยลอกเลียนแบบ โดยกองบัญชาการทหารกลางของสหรัฐฯ ยืนยันว่า ได้เริ่มใช้โดรนที่ลอกเลียนแบบโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze โจมตีอิหร่านบ้างแล้ว

 

นอกจากนี้ ยังเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ชาติอื่น ๆ คิดค้นพัฒนาอาวุธสกัดการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามที่มีสมรรถนะสูง แต่ต้นทุนต่ำเช่นกันด้วย โดยรายงานระบุว่า ยูเครนประกาศเปิดตัวอาวุธสกัดการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามที่ต้นทุนต่ำ และผลิตได้ครั้งละมาก ๆ ซึ่งสามารถรับมือกับโดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ได้

 

ฝ่ายนักวิเคราะห์ชี้ว่า อาวุธใหม่ดังกล่าวของยูเครนมีรูปแบบเหมือนการยิงปืนใหญ่จากเครื่องบินขับไล่ไอพ่นที่ใช้ได้ผลอย่างยั่งยืนกว่าขีปนาวุธสกัดการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามรุ่นนำสมัยต่าง ๆ รายงานคาดการณ์ว่า กลุ่มชาติอาหรับฝ่ายพันธมิตรสหรัฐฯ จะเริ่มเปิดตัวระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ต้นทุนต่ำกว่า และใช้ได้อย่างยั่งยืนกว่าในเร็ว ๆ นี้

 

รายงานระบุด้วยว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และอย่างน้อยหนึ่งในชาติอาหรับอยู่ระหว่างเจรจาสั่งซื้ออาวุธสกัดการโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามที่มีต้นทุนต่ำของยูเครน และว่าอิสราเอลก็เริ่มใช้ขีปนาวุธพิสัยใกล้ และระบบป้องกันภัยทางอากาศอื่น ๆ ที่ต้นทุนต่ำลงมากแล้วเช่นกัน รวมถึง Iron Beam

 

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายนักวิเคราะห์ชี้ว่า อิหร่านจะใช้โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ต่อกรกับสหรัฐฯ-อิสราเอลได้นานเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับสต๊อกโดรนที่ยังเหลืออยู่ อีกทั้งศักยภาพในการปกป้องห่วงโซ่อุปทาน และที่ตั้งการผลิตโดรนShahed-136 หรือ kamikaze ของอิหร่านท่ามกลางการยกระดับมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านของสหรัฐฯ

 

แต่กระนั้น ฝ่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารประเมินว่า อิหร่านยังมีสต๊อก โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze จำนวนมาก และยังผลิตเพิ่มอีกหลายร้อยลำต่อสัปดาห์ ถึงแม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายงานว่า จนถึงวันพุธ (4 มี.ค.) อิหร่านใช้โดรน Shahed-136 หรือ kamikaze ไปแล้วกว่า 2,000 ลำ ขณะเดียวกันสต๊อกระบบป้องกันภัยทางอากาศของกลุ่มชาติอาหรับก็ลดลงแล้ว

 

ที่มา : CSIS, OE Data Integration Network

 

Original Graphic : AFP

 

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

 

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech