อะไรทำให้แมวติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 แล้วแพร่สู่คนในสหรัฐฯ

อะไรทำให้แมวติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 แล้วแพร่สู่คนในสหรัฐฯ

ครั้งแรกเป็นทางการ! ไข้หวัดนก H5N1 แพร่จากแมวเลี้ยงสู่คน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (CDC) ทำการศึกษางานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Morbidity and Mortality Weekly Report พบว่า อาหารที่แมวกินซึ่งเป็นเนื้อดิบและนมดิบ เป็นสาเหตุของการติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 นำมาสู่การแพร่ระบาดจากแมวเลี้ยงสู่มนุษย์

ประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญสงสัย เริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นเดือนธันวาคมปี 2024 โดยแมวตัวหนึ่งในลอสแอนเจลิสเคาน์ตี (Los Angeles County) ที่ป่วยหนัก เพราะอาหารซึ่งกำลังเป็นที่นิยม แมวตัวนี้กินอาหารสัตว์เลี้ยงดิบสำเร็จรูปและไม่นานก็เริ่มมีอาการผิดปกติหลายอย่าง เช่น ปัญหาการหายใจ มีจุดที่ปอด กล้ามเนื้ออ่อนแรง สูญเสียการประสานงานของกล้ามเนื้อ รวมถึงการมองเห็นที่ค่อยๆ แย่ลง ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ครึ่ง เจ้าของพาแมวไปที่คลินิกสัตวแพทย์ถึงสี่แห่ง ด้วยความสิ้นหวังที่จะหาสาเหตุอาการป่วยของแมวตัวนี้

ในระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2024 ถึงมกราคม 2025 โดยกรมอนามัยสาธารณะเทศมณฑลลอสแอนเจลิส (Los Angeles County Department of Public Health : LACDPH) ได้รับรายงานว่าแมวบ้าน 19 ตัวจาก 5 ครัวเรือน ป่วยด้วยอาการทางระบบทางเดินหายใจ ตับ หรือระบบประสาทอย่างรุนแรง ซึ่งทั้งหมดกินเนื้อดิบ อาหารสัตว์เลี้ยงดิบ หรือนมดิบ และมีแมว 14 ตัวตายหรือถูกทำการุณยฆาต

เนื่องจากไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดเกี่ยวกับความสามารถในการแพร่เชื้อจากแมวสู่คน จึงมีความจำเป็นต้องตรวจสอบเรื่องนี้ จากการสัมภาษณ์เจ้าของสัตว์เลี้ยงและตรวจสอบรายชื่อเจ้าหน้าที่ในคลินิกสัตวแพทย์ 10 แห่งที่เคยตรวจรักษาแมวเหล่านั้น LACDPH ระบุว่า มี 139 คนที่อาจสัมผัสกับไวรัส การสัมภาษณ์เพิ่มเติมพบว่าคนจำนวนไม่น้อยมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่หลังจากสัมผัสกับไวรัส โดยมีคนหนึ่งรายงานว่า ป่วยเป็นโรคนี้ถึงสองครั้ง โดยแต่ละครั้งเกิดขึ้นหลังจากสัมผัสกับแมวที่ติดเชื้อต่างกัน

ประเด็นคือ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ควรจะมีหลักฐานบางอย่าง ดังนั้น ในเดือนเมษายนปีที่แล้ว นักวิจัยจึงขอให้ผู้ที่สัมผัสกับเชื้อเข้าร่วมการสำรวจทางซีรัมวิทยา (Serology) โดยวิเคราะห์ซีรัมในเลือดเพื่อหาแอนติบอดี H5N1 หากพบแอนติบอดี ก็จะเป็นสัญญาณที่แน่ชัดว่าร่างกายของพวกเขาเคยต่อสู้กับไวรัสนี้มาก่อน แม้ว่าจะไม่พบไวรัสแล้วก็ตาม จากผู้เข้าร่วมการศึกษา 25 คน มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ผลตรวจเป็นบวก ซึ่งก็คือ สัตวแพทย์คนหนึ่งที่ตรวจแมวตัวนั้นเมื่อ 120 วันก่อน

ณ ตอนนี้ สามารถพูดได้อย่างค่อนข้างแน่นอนว่า “ไวรัส H5N1” สามารถแพร่จากแมวสู่คนได้ สัตวแพทย์ที่ติดเชื้อไวรัสนี้ไม่มีประวัติสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้ออื่น ๆ มาก่อน ไม่ได้สัมผัสกับสัตว์ปีกหรือนกป่า หรือแม้แต่โค ซึ่งเป็นแหล่งสะสมเชื้อ H5N1 เช่นกัน นอกจากนี้สัตวแพทย์ไม่ได้กินเนื้อดิบหรือดื่มนมดิบ และไม่มีโรคประจำตัวใด ๆ โดยพื้นฐานแล้ว จึงน่าจะมีสาเหตุมาจากแมวอย่างไม่ต้องสงสัย

📌อ่านต่อ : www.thaipbs.or.th/now/content/3958

อะไรทำให้แมวติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 แล้วแพร่สู่คนในสหรัฐฯ

ครั้งแรกเป็นทางการ! ไข้หวัดนก H5N1 แพร่จากแมวเลี้ยงสู่คน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (CDC) ทำการศึกษางานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Morbidity and Mortality Weekly Report พบว่า อาหารที่แมวกินซึ่งเป็นเนื้อดิบและนมดิบ เป็นสาเหตุของการติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 นำมาสู่การแพร่ระบาดจากแมวเลี้ยงสู่มนุษย์

ประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญสงสัย เริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นเดือนธันวาคมปี 2024 โดยแมวตัวหนึ่งในลอสแอนเจลิสเคาน์ตี (Los Angeles County) ที่ป่วยหนัก เพราะอาหารซึ่งกำลังเป็นที่นิยม แมวตัวนี้กินอาหารสัตว์เลี้ยงดิบสำเร็จรูปและไม่นานก็เริ่มมีอาการผิดปกติหลายอย่าง เช่น ปัญหาการหายใจ มีจุดที่ปอด กล้ามเนื้ออ่อนแรง สูญเสียการประสานงานของกล้ามเนื้อ รวมถึงการมองเห็นที่ค่อยๆ แย่ลง ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ครึ่ง เจ้าของพาแมวไปที่คลินิกสัตวแพทย์ถึงสี่แห่ง ด้วยความสิ้นหวังที่จะหาสาเหตุอาการป่วยของแมวตัวนี้

ในระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2024 ถึงมกราคม 2025 โดยกรมอนามัยสาธารณะเทศมณฑลลอสแอนเจลิส (Los Angeles County Department of Public Health : LACDPH) ได้รับรายงานว่าแมวบ้าน 19 ตัวจาก 5 ครัวเรือน ป่วยด้วยอาการทางระบบทางเดินหายใจ ตับ หรือระบบประสาทอย่างรุนแรง ซึ่งทั้งหมดกินเนื้อดิบ อาหารสัตว์เลี้ยงดิบ หรือนมดิบ และมีแมว 14 ตัวตายหรือถูกทำการุณยฆาต

เนื่องจากไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดเกี่ยวกับความสามารถในการแพร่เชื้อจากแมวสู่คน จึงมีความจำเป็นต้องตรวจสอบเรื่องนี้ จากการสัมภาษณ์เจ้าของสัตว์เลี้ยงและตรวจสอบรายชื่อเจ้าหน้าที่ในคลินิกสัตวแพทย์ 10 แห่งที่เคยตรวจรักษาแมวเหล่านั้น LACDPH ระบุว่า มี 139 คนที่อาจสัมผัสกับไวรัส การสัมภาษณ์เพิ่มเติมพบว่าคนจำนวนไม่น้อยมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่หลังจากสัมผัสกับไวรัส โดยมีคนหนึ่งรายงานว่า ป่วยเป็นโรคนี้ถึงสองครั้ง โดยแต่ละครั้งเกิดขึ้นหลังจากสัมผัสกับแมวที่ติดเชื้อต่างกัน

ประเด็นคือ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ควรจะมีหลักฐานบางอย่าง ดังนั้น ในเดือนเมษายนปีที่แล้ว นักวิจัยจึงขอให้ผู้ที่สัมผัสกับเชื้อเข้าร่วมการสำรวจทางซีรัมวิทยา (Serology) โดยวิเคราะห์ซีรัมในเลือดเพื่อหาแอนติบอดี H5N1 หากพบแอนติบอดี ก็จะเป็นสัญญาณที่แน่ชัดว่าร่างกายของพวกเขาเคยต่อสู้กับไวรัสนี้มาก่อน แม้ว่าจะไม่พบไวรัสแล้วก็ตาม จากผู้เข้าร่วมการศึกษา 25 คน มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ผลตรวจเป็นบวก ซึ่งก็คือ สัตวแพทย์คนหนึ่งที่ตรวจแมวตัวนั้นเมื่อ 120 วันก่อน

ณ ตอนนี้ สามารถพูดได้อย่างค่อนข้างแน่นอนว่า “ไวรัส H5N1” สามารถแพร่จากแมวสู่คนได้ สัตวแพทย์ที่ติดเชื้อไวรัสนี้ไม่มีประวัติสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้ออื่น ๆ มาก่อน ไม่ได้สัมผัสกับสัตว์ปีกหรือนกป่า หรือแม้แต่โค ซึ่งเป็นแหล่งสะสมเชื้อ H5N1 เช่นกัน นอกจากนี้สัตวแพทย์ไม่ได้กินเนื้อดิบหรือดื่มนมดิบ และไม่มีโรคประจำตัวใด ๆ โดยพื้นฐานแล้ว จึงน่าจะมีสาเหตุมาจากแมวอย่างไม่ต้องสงสัย

📌อ่านต่อ : www.thaipbs.or.th/now/content/3958