ครั้งแรกเป็นทางการ! ไข้หวัดนก H5N1 แพร่จากแมวเลี้ยงสู่คน


วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

จิราภพ ทวีสูงส่ง

แชร์

ครั้งแรกเป็นทางการ! ไข้หวัดนก H5N1 แพร่จากแมวเลี้ยงสู่คน

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3958

ครั้งแรกเป็นทางการ! ไข้หวัดนก H5N1 แพร่จากแมวเลี้ยงสู่คน

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (CDC) ทำการศึกษางานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Morbidity and Mortality Weekly Report พบว่า อาหารที่แมวกินซึ่งเป็นเนื้อดิบและนมดิบ เป็นสาเหตุของการติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 นำมาสู่การแพร่ระบาดจากแมวเลี้ยงสู่มนุษย์

ยืนยันสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญสงสัยมาสักพักแล้ว นั่นก็คือเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 สามารถแพร่จากแมวสู่คนได้ ซึ่งไม่ใช่ข่าวดีนัก แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว อาจจะยังไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด โดยมีเหตุผลดังนี้

ไวรัส H5N1 แพร่จากแมวเลี้ยงสู่คนได้อย่างไร?

เชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 มีวิวัฒนาการไปไกลมากนับตั้งแต่ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1959 โดยปัจจุบันมีการรายงานการพบเชื้อในทุกทวีปบนโลก ยกเว้นออสเตรเลีย โดยคำว่า “ไข้หวัดนก” ที่ใช้ในปัจจุบัน แทบจะไม่ใช่คำที่เหมาะสมอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากโรคนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นโรคที่พบใน “วัว” ในประเทศสหรัฐอเมริกา และพบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในป่า (Wild Mammals) ตั้งแต่โอพอสซัม (Opossum) ไปจนถึงนาก

ประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญสงสัย เริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นเดือนธันวาคมปี 2024 โดยแมวตัวหนึ่งในลอสแอนเจลิสเคาน์ตี (Los Angeles County) ที่ป่วยหนัก เพราะอาหารซึ่งกำลังเป็นที่นิยม แมวตัวนี้กินอาหารสัตว์เลี้ยงดิบสำเร็จรูปและไม่นานก็เริ่มมีอาการผิดปกติหลายอย่าง เช่น ปัญหาการหายใจ มีจุดที่ปอด กล้ามเนื้ออ่อนแรง สูญเสียการประสานงานของกล้ามเนื้อ รวมถึงการมองเห็นที่ค่อยๆ แย่ลง ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ครึ่ง เจ้าของพาแมวไปที่คลินิกสัตวแพทย์ถึงสี่แห่ง ด้วยความสิ้นหวังที่จะหาสาเหตุอาการป่วยของแมวตัวนี้

ซึ่งจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า แมวตัวนี้ป่วยเป็นไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 และปรากฏว่านี่เป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ กรณีของการระบาดในพื้นที่เล็ก ๆ ในระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2024 ถึงมกราคม 2025 โดยกรมอนามัยสาธารณะเทศมณฑลลอสแอนเจลิส (Los Angeles County Department of Public Health : LACDPH) ได้รับรายงานว่าแมวบ้าน 19 ตัวจาก 5 ครัวเรือน ป่วยด้วยอาการทางระบบทางเดินหายใจ ตับ หรือระบบประสาทอย่างรุนแรง ซึ่งทั้งหมดกินเนื้อดิบ อาหารสัตว์เลี้ยงดิบ หรือนมดิบ และมีแมว 14 ตัวตายหรือถูกทำการุณยฆาต

เนื่องจากไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดเกี่ยวกับความสามารถในการแพร่เชื้อจากแมวสู่คน จึงมีความจำเป็นต้องตรวจสอบเรื่องนี้ จากการสัมภาษณ์เจ้าของสัตว์เลี้ยงและตรวจสอบรายชื่อเจ้าหน้าที่ในคลินิกสัตวแพทย์ 10 แห่งที่เคยตรวจรักษาแมวเหล่านั้น LACDPH ระบุว่า มี 139 คนที่อาจสัมผัสกับไวรัส การสัมภาษณ์เพิ่มเติมพบว่าคนจำนวนไม่น้อยมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่หลังจากสัมผัสกับไวรัส โดยมีคนหนึ่งรายงานว่า ป่วยเป็นโรคนี้ถึงสองครั้ง โดยแต่ละครั้งเกิดขึ้นหลังจากสัมผัสกับแมวที่ติดเชื้อต่างกัน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังไม่มีรายงานว่ามนุษย์คนใดที่ได้รับการตรวจพบว่า ติดเชื้อ H5N1 แบบเฉียบพลัน มีเพียงไข้หวัดตามฤดูกาล ไข้หวัดธรรมดา หรือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อื่นเท่านั้น หากพวกเขาติดเชื้อ H5N1 จากแมว ดูเหมือนว่าระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขาได้จัดการกับเชื้อนั้นไปแล้ว

ประเด็นคือ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ควรจะมีหลักฐานบางอย่าง ดังนั้น ในเดือนเมษายนปีที่แล้ว นักวิจัยจึงขอให้ผู้ที่สัมผัสกับเชื้อเข้าร่วมการสำรวจทางซีรัมวิทยา (Serology) โดยวิเคราะห์ซีรัมในเลือดเพื่อหาแอนติบอดี H5N1 หากพบแอนติบอดี ก็จะเป็นสัญญาณที่แน่ชัดว่าร่างกายของพวกเขาเคยต่อสู้กับไวรัสนี้มาก่อน แม้ว่าจะไม่พบไวรัสแล้วก็ตาม จากผู้เข้าร่วมการศึกษา 25 คน มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ผลตรวจเป็นบวก ซึ่งก็คือ สัตวแพทย์คนหนึ่งที่ตรวจแมวตัวนั้นเมื่อ 120 วันก่อน

ควรกังวลไข้หวัดนก H5N1 จากแมวสู่คนมากแค่ไหน?

ณ ตอนนี้ สามารถพูดได้อย่างค่อนข้างแน่นอนว่า “ไวรัส H5N1” สามารถแพร่จากแมวสู่คนได้ สัตวแพทย์ที่ติดเชื้อไวรัสนี้ไม่มีประวัติสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้ออื่น ๆ มาก่อน ไม่ได้สัมผัสกับสัตว์ปีกหรือนกป่า หรือแม้แต่โค ซึ่งเป็นแหล่งสะสมเชื้อ H5N1 เช่นกัน นอกจากนี้สัตวแพทย์ไม่ได้กินเนื้อดิบหรือดื่มนมดิบ และไม่มีโรคประจำตัวใด ๆ โดยพื้นฐานแล้ว จึงน่าจะมีสาเหตุมาจากแมวอย่างไม่ต้องสงสัย

ดังนั้น ก่อนที่เราจะนำแมวไปขังไว้ในห้องแยกโรคพิเศษนั้น มีบางสิ่งที่เราต้องชี้แจงให้ชัดเจน สัตวแพทย์ที่ติดเชื้อไม่ใช่แค่ผู้เห็นเหตุการณ์โดยบังเอิญ แต่หน้าที่การงานทำให้พวกเขามีปัจจัยเสี่ยงแทบทุกอย่างที่เป็นไปได้

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไข้หวัดนก H5N1 มีความรุนแรงน้อยลง

ในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2024 มีรายงานผู้ป่วย 71 รายตามข้อมูลของ CDC และมีผู้เสียชีวิต เพียง 2 รายเท่านั้น แม้จะยังไม่พบสาเหตุแท้จริงที่ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตต่ำกว่าที่คาดไว้ และยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด โดยมีสมมุติฐานต่าง ๆ เช่น ภูมิคุ้มกันที่มีอยู่ก่อนแล้วจากเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์อื่น ไปจนถึงตัวไวรัสเองที่อาจกลายพันธุ์จนอันตรายน้อยลง หรือบางทีอาจจะอันตรายน้อยลงเมื่อเป็นการดื่มเข้าไป เป็นต้น

ขณะนี้ ไวรัส H5N1 กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในประชากร “นก” ทั้งในป่าและในเมืองทั่วโลก ขณะที่ปริมาณไวรัสที่พบในนมวัวของสหรัฐฯ อยู่ในระดับเชื้อไวรัสหลายพันล้านหน่วยต่อมิลลิลิตร ซึ่งสูงมากจนน่ากลัว แต่ข่าวดีก็คือ อนุภาคไวรัส H5N1 สามารถถูกทำลายได้ง่ายด้วยความร้อน ดังนั้น CDC จึงแนะนำเจ้าของสัตว์เลี้ยง (แมว) ว่า ต้องทำอาหารให้สุก หยุดให้กินนมดิบและอาหารสัตว์เลี้ยงดิบ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสได้นั่นเอง

เนื่องด้วยแมวและมนุษย์มีการสัมผัสใกล้ชิดกัน จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สัตวแพทย์ที่รักษาแมวควรพิจารณาการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (H5N1) ในแมวที่มีอาการป่วยทางระบบทางเดินหายใจ หรือระบบประสาทเฉียบพลัน และปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันการติดเชื้อที่เหมาะสม รวมถึงการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อ


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  


ที่มาข้อมูล : iflscience


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไข้หวัดนก H5N1H5N1ไวรัส H5N1ไข้หวัดนกเชื้อไวรัสไข้หวัดนกทาสแมวแมวติดเชื้อไวรัสเชื้อไวรัสไวรัสวิทยาศาสตร์Thai PBS Sci And Tech Thai PBS Sci & Tech Science
จิราภพ ทวีสูงส่ง

ผู้เขียน: จิราภพ ทวีสูงส่ง

"เซบา บาสตี้" เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover (ติดต่อ jiraphobT@thaipbs.or.th)

บทความ NOW แนะนำ