ในช่วงฤดูฝนของประเทศไทย หลายพื้นที่มักจะประสบกับภาวะฝนตกหนัก โดยเฉพาะบริเวณยอดเขาสูง แต่เมื่อใดก็ตามที่ฝนตกหนักยาวนานอย่างต่อเนื่องจนผืนดินและผืนป่าเกินจะรับไหว มวลน้ำป่าปริมาณมหาศาลจะบ่าทะลักลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง หรือที่เราเรียกกันอย่างติดปากว่า น้ำป่าไหลหลาก ภัยธรรมชาติที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
ดังนั้น การเรียนรู้สัญญาณเตือนภัยจากธรรมชาติและวิธีเอาตัวรอดอย่างถูกต้องจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนต้องรู้และเข้าใจ เพื่อป้องกันตนเองและคนในครอบครัวให้รอดพ้นจากน้ำป่าไหลหลากได้อย่างปลอดภัย
น้ำป่าไหลหลากเกิดขึ้นได้อย่างไร ?
น้ำป่าไหลหลาก คือภัยพิบัติที่มวลน้ำจำนวนมากไหลบ่าทะลักลงมาจากภูเขาหรือป่าต้นน้ำลงสู่พื้นที่ราบลุ่มต่ำอย่างรวดเร็วและมีกำลังแรงสูง โดยมักจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันภายในเวลาไม่เกิน 6 ชั่วโมงหลังจากมีฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ ทำให้ผู้คนที่อยู่ในเส้นทางน้ำผ่านไม่มีเวลาตั้งตัวหรือเตรียมการรับมือได้อย่างทันท่วงที กลไกการเกิดน้ำป่าไหลหลากนั้นประกอบไปด้วยปัจจัยสำคัญ 2 ประการ ได้แก่
น้ำป่าไหลหลาก ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำด้วยความเร็วสูง
- สาเหตุตามธรรมชาติ เกิดจากการที่มีฝนตกหนักสะสมติดต่อกันหลายชั่วโมงหรือหลายวันบนภูเขา ปริมาณฝนที่มากเกินไปจะส่งผลให้หน้าดินและรากของต้นไม้ ไม่สามารถดูดซับหรืออุ้มน้ำเอาไว้ได้อีกต่อไป ผืนดินที่อิ่มน้ำจึงปล่อยให้มวลน้ำไหลบ่ามารวมกันอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นน้ำป่าไหลหลากจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำด้วยความเร็วสูง
- สาเหตุจากฝีมือมนุษย์ มนุษย์มีส่วนสำคัญในการทำให้ภัยจากน้ำป่าไหลหลากทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ด้วยการตัดไม้ทำลายป่า ทำให้ป่าไม่มีต้นไม้คอยช่วยดูดซับและชะลอการไหลของน้ำป่า รวมไปถึงการเปลี่ยนป่าให้กลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรมเชิงเดี่ยวบนพื้นที่ลาดสูง ซึ่งจะส่งผลให้ดินเสื่อมโทรม จนไม่สามารถชะลอการไหลของน้ำป่าได้เช่นเดียวกัน
นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ได้เคยให้ความคิดเห็นกับประเด็นนี้ไว้ว่า ภาคเหนือ มีพื้นที่ป่าไม้มากที่สุด แต่ถูกทำลายมากที่สุด มีป่าลดลงจากปี 2565 ถึง 171,143.04 ไร่ โดยจังหวัดน่านมีเขาหัวโล้นมากที่สุดประมาณ 1.8 ล้านไร่ เมื่อฝนตกลงมาไม่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ดูดซับน้ำไว้ จึงทำให้น้ำไหลลงสู่ที่ราบอย่างรวดเร็วและรุนแรง
สัญญาณเตือนภัยธรรมชาติก่อนเกิดน้ำป่าไหลหลาก
แม้ว่าน้ำป่าไหลหลากจะมาเร็วและรุนแรง แต่ธรรมชาติมักจะมีกลไกส่งสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าให้เราทราบล่วงหน้าเสมอ ดังนั้นการเป็นคนช่างสังเกตและใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว จะช่วยให้เราปลอดภัยจากน้ำป่าไหลหลาก หรือเหตุการณ์อันตรายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นแบบทันทีทันใด
- ท้องฟ้ามีสีมืดครึ้ม หากเรามองขึ้นไปบนยอดเขาแล้วพบว่าท้องฟ้าเหนือภูเขามีสีมืดครึ้ม ประกอบกับการมีฝนตกหนักสะสมอย่างต่อเนื่องยาวนาน แสดงว่ากำลังเกิดการสะสมของน้ำในปริมาณมาก
- มีซากไม้และสิ่งแปลกปลอมลอยมากับน้ำ หากสังเกตเห็นเศษใบไม้แห้ง กิ่งไม้ ท่อนไม้ หรือเศษดินทรายจำนวนมากลอยมาตามกระแสน้ำ แสดงว่าน้ำกำลังเคลื่อนตัวลงมาจากที่สูง
- ได้ยินเสียงดังผิดปกติ หากได้ยินเสียงดังมาจากทางต้นน้ำ เสียงกระแสน้ำไหลหลากรุนแรง เสียงกิ่งไม้หรือต้นไม้หักโค่น เสียงก้อนหินกลิ้งกระแทกกัน แสดงว่าน้ำกำลังเคลื่อนตัวลงมาจากที่สูง
- สัตว์อพยพ หากสังเกตเห็นสัตว์ขนาดเล็ก เช่น มด กำลังอพยพออกจากจากรัง หนีขึ้นที่สูง หรืออยู่ที่สูงเป็นจำนวนมาก ให้ทำการเตรียมความพร้อม เพราะสัตว์มักจะรับรู้ภัยธรรมชาติได้ก่อนเสมอ
- ระดับน้ำเพิ่มสูง น้ำเปลี่ยนสี ท้ายที่สุดหากสังเกตเห็นน้ำเริ่มสูงขึ้น น้ำไหลเร็วขึ้น น้ำเริ่มเปลี่ยนสีกลายมาเป็นสีขุ่นหรือเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงคล้ายสีดินลูกรัง ขอให้สันนิษฐานทันทีว่าน้ำป่ากำลังหลากลงมาจากภูเขา และจะเหลือเวลาในการอพยพเพียงแค่ 5 ถึง 10 นาทีเท่านั้น
น้ำเปลี่ยนสีสัญญาณเตือนจากธรรมชาติ
การเตรียมความพร้อมก่อนและระหว่างน้ำป่าไหลหลาก
สำหรับครอบครัวที่มีที่พักอาศัยตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย น้ำท่วมซ้ำซาก น้ำป่าไหลหลาก หรืออยู่ใกล้เชิงเขาและทางน้ำไหลผ่าน การเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยปกป้องชีวิตและลดความเสียหายได้ไม่มากก็น้อย
การเตรียมความพร้อม ของที่ต้องมีติดบ้าน
- อาหารและน้ำดื่ม น้ำสะอาดสำหรับดื่มกินคือสิ่งจำเป็นที่สุด รวมไปถึง อาหารแห้ง ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง หรืออาหารที่เก็บไว้ได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็น
- ยาสามัญประจำบ้าน เช่น ยาแก้ไข้ ยาแก้แพ้ ยารักษาแผลสด ยารักษาโรคเชื้อราหรือน้ำกัดเท้า และยาทากันยุง
- อุปกรณ์ให้แสงสว่าง เช่น ไฟฉาย LED กำลังสูงที่กันน้ำได้ สำหรับใช้ในตอนกลางคืน ใช้ส่งสัญญาณ
- อุปกรณ์สื่อสารฉุกเฉิน เช่น วิทยุทรานซิสเตอร์ เพราะเมื่อเกิดน้ำป่าไหลหลาก ไฟฟ้าจะดับและสัญญาณมือถือมักจะล่ม แต่วิทยุจะช่วยให้เรารับรู้สถานการณ์ และอัพเดทการช่วยเหลือได้ดีที่สุด
- เครื่องมืออเนกประสงค์ เพื่อใช้ในยาวจำเป็น เช่น มีดพก เชือก เสื้อชูชีพ และไม้สอยขนาดยาว เพื่อใช้ดึงหรือสอยของบริจาคหรือใช้หาอาหาร
การเตรียมความพร้อมช่วยปกป้องชีวิตและลดความเสียหายได้ไม่มากก็น้อย
ขั้นตอนปฏิบัติ เมื่อน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้าน
- ตัดไฟทันที รีบขึ้นไปสับสะพานไฟหรือคัตเอาต์หลักเพื่อตัดไฟทั้งบ้านทันที เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรหรือกระแสไฟฟ้ารั่วไหลขณะน้ำท่วมขัง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการโดนไฟช็อตเสียชีวิต
- ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เร่งช่วยเหลือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และสัตว์เลี้ยงในบ้านขึ้นสู่พื้นที่ชั้นสองหรือเนินสูงที่ปลอดภัยก่อนเป็นอันดับแรก
- ย้ายทรัพย์สินและป้องกันบ้าน ขนย้ายสิ่งของมีค่าและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญขึ้นที่สูง ตรวจสอบและปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดเพื่อป้องกันสัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ หรือแมงป่อง ที่หนีน้ำท่วมแอบปีนขึ้นมาอาศัยและทำร้ายสมาชิกในบ้าน
- ประสานงานกู้ภัย ติดต่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการหรือเจ้าหน้าที่กู้ภัย และหากประเมินสถานการณ์แล้วพบว่าเราไม่พร้อมรับมือหรือน้ำมีความสูงเกินกว่าจะปลอดภัย ให้รีบอพยพคนในบ้านไปยังจุดปลอดภัยของชุมชนทันที
วิธีการเอาตัวรอดหากอยู่ท่ามกลางน้ำป่าไหลหลาก
ในกรณีที่เราไม่สามารถเลี่ยงได้และต้องเผชิญหน้ากับน้ำป่าไหลหลากแบบเฉียบพลัน การมีสติและการปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด โดยมีวิธีปฏิบัติตัวเมื่อร่างกายพลัดลอยไปตามน้ำ ดังนี้
มีสติปฏิบัติตามขั้นตอนการเอาตัวรอด รอคอยความช่วยเหลือ
- พยายามลอยตัวตามน้ำเพื่อประหยัดแรงกาย และคอยยกขาทั้งสองข้างให้ลอยอยู่เหนือระดับน้ำเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้เท้าหรือขาไปขัดติดเข้ากับโขดหินใต้น้ำ แล้วหันหน้ามองไปทางปลายน้ำเพื่อสังเกตและหลบเลี่ยงสิ่งกีดขวางที่เป็นอันตราย เช่น ก้อนหิน ท่อนไม้ หรือกิ่งไม้ใหญ่
- ห้ามลอดใต้ขอนไม้ขวางน้ำเด็ดขาด หากเห็นท่อนไม้หรือต้นไม้ล้มขวางทางน้ำ ห้ามมุดหรือลอดใต้ขอนไม้เด็ดขาด เพราะแรงดันน้ำอาจดูดร่างเราเข้าไปติดอยู่ใต้ไม้จนจมน้ำเสียชีวิตได้ ให้พยายามออกแรงปีนหรือข้ามพ้นท่อนไม้ไปด้านบนแทน
- พยายามพาร่างกายเข้าสู่พื้นที่น้ำนิ่งหลังโขดหินใหญ่ บริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่กระแสน้ำวนกลับและไม่มีความเชี่ยวรุนแรง เพื่อใช้เป็นจุดพักเหนื่อยสะสมพลังกาย รอคอยการช่วยเหลือ
หากสามารถขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย จำเป็นที่จะต้องทำให้ร่างกายอบอุ่น เพราะร่างกายที่แช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานานจะเกิดการสูญเสียความร้อนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดอาการหนาวสั่นจนอาจเกิดภาวะช็อกได้ ต้องรีบถอดเสื้อผ้าเปียกชื้นออกให้เร็วที่สุด หาเสื้อผ้าแห้งมาใส่ หรือสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายด้วยการก่อกองไฟ
น้ำป่าไหลหลากอาจดูเหมือนภัยธรรมชาติที่น่ากลัวและยากจะคาดเดาเนื่องจากเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่หากเรามองย้อนกลับไปทำความเข้าใจในกลไกของธรรมชาติ เรียนรู้ที่จะสังเกตสัญญาณเตือนภัยรอบตัวอย่างมีสติ ไม่ละเลยหรือประมาทต่อเสียงเตือนจากสิ่งแวดล้อม และมีการจัดเตรียมความพร้อมทั้งในบ้านและการอพยพอย่างเป็นระบบ เราก็จะสามารถปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของตัวเราและคนที่เรารักให้ปลอดภัยและสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างมั่นคงมากขึ้น
ไทยพีบีเอส เกาะติดวิกฤตน้ำท่วมจังหวัดน่าน
ร่วมแจ้งพิกัด ขอความช่วยเหลือ - พื้นที่ประสบความน้ำท่วมเหนือ
ศูนย์สื่อสารภัยพิบัติไทยพีบีเอส
โทร. 02-790-2630-2
Line ID @RongTookthaiPBS
อ้างอิง
- การเอาตัวรอดจากน้ำป่า | WILD SURVIVAL ซีซัน 2
- จะทำอย่างไร ถ้าน้ำป่าท่วมบ้าน | WILD SURVIVAL ซีซัน 2
- น้ำป่าไหลหลากฉับพลัน ไม่ทันตั้งตัว | การ์ตูนภัยพิบัติทางธรรมชาติ | ALTV4









